แว๊บมา… สวัสดีปีใหม่ 2010 ครับพ้ม
26 December 2009 13 Comments
ได้โพสบล๊อคนี้หลังวันคริสต์มาส 1 วัน หวังว่าคงจะไม่ช้าไปที่จะอวยพรว่า
Merry Christmas นะครับ และก็ขอใช้โอกาสนี้สวัสดีปีใหม่ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกท่านไปพร้อมกันเลย
ผมขอใช้พื้นที่ตรงนี้ อวยพรและส่งความปรารถนาดีให้กับทุกท่านที่ได้เข้ามาอ่านบล๊อคแห่งนี้นะครับ
หากผมจะมีบุญบารมี หรือมีคุณงามความดีใดๆ ติดตัวอยู่บ้าง
ผมก็ขอส่งกระแสแห่งคุณงามความดีนั้นๆ ให้กับเพื่อนๆ ทุกท่าน ในปีใหม่ ปี 2010 นี้
ขอบุญกุศลที่ผมมี และอำนาจแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย คุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านนับคือ
โปรดดลบันดาลให้ ทุกท่านมีสุขภาพกายที่สมบูรณ์แข็งแรง แม้จะมีโรคภัยบ้าง ก็ขอให้รักษาได้โดยง่าย ไม่ยืดเยื้อเรื้อรัง
ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพใจที่ดี มีจิตใจที่แช่มชื่นผ่องใส ไม่มืดมัว ไม่หลงผิด มองเห็นสิ่งต่างๆ ตามจริง
ขอให้ในทุกๆ วัน ทุกท่านได้ดำเนินชีวิตไปอย่างมีสติสัมปชัญญะ
ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ได้ทำงานที่รัก และสนุกกับงานในทุกๆ วัน
หากท่านมีเป้าหมายอะไรที่ตั้งใจจะทำให้บรรลุ ก็ขอให้ทุกท่านไปถึงเป้าหมายได้โดยง่าย
ถ้าจะมีอุปสรรคก็ขอให้อย่ามีมากนัก เอาให้พอได้สนุกกับการแก้ปัญหาพอให้ได้ลับคมปัญญาของทุกท่าน นะครับ ^_^
สำหรับตัวผมนั้น ตั้งแต่ประมาณ กลางเดือน ธันวาคม 52 ที่ผ่านมา ผมก็กลับมาช่วยงานที่บ้านที่ จ.มหาสารคาม
เนื่องจากที่บ้านกำลังขยายธุรกิจใหม่ครับ ผมรับผิดชอบในการดูแลระบบคอมพิวเตอร์และ IT ทั้งหมดในธุรกิจใหม่นี้
ซึ่งเป็นงานที่หนักพอสมควรเลย วันนี้ก็เป็นวันที่ 6 แล้วที่ผมทำงานระบบมาอย่างต่อเนื่อง
แบบเช้าถึงดึกทุกวัน จนไม่มีเวลาแม้แต่จะเปิดเน็ท รวมทั้งเขียนบล๊อคด้วย
งานนี้ผมก็ทำเต็มที่ครับ ด้วยความที่ที่บ้านเปิดโอกาสให้ผมได้ไปทำในสิ่งที่ตัวเองรัก คืองานสายการเงิน
โดยไม่ผูกมัดให้กลับมาดูแลธุรกิจเดิมของที่บ้าน ดังนั้นเมื่อมีโอกาสที่ผมจะช่วยได้ ผมก็อยากจะทำให้เต็มที่
เพื่อตอบแทนครอบครัว ที่ให้ชีวิตที่ดี ให้รากฐานที่ดีกับผม และยังให้โอกาสให้ผมไปตามหาฝันส่วนตัวอีก
อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างครับ
เรื่องแรก คือ ก่อนกลับบ้าน ผมได้จัดการ ย้ายที่อยู่ โดยเปลี่ยนจากการอยู่อพาร์ทเม้นต์ในซอยห่างไกล
ไปเช่าคอนโดริมแนวรถไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อเตรียมพร้อมกับการเริ่มชีวิตเป็นมนุษย์เงินเดือนในปีใหม่ที่จะถึงนี้
แม้จะมีโอกาสได้ย้ายของและเข้าไปนอนเพียงคืนเดียว ก็ต้องกลับบ้านซะก่อน
ผมก็รู้สึกมีความสุขมากครับ ที่อยู่ใหม่ของผม มีพื้นที่มากขึ้น มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น
ให้เวลาว่างกับผมได้มากขึ้น (จากการที่ไม่ต้องเดินทางไกลๆ)
ทั้งหมดต้องขอบคุณครอบครัวของผม ที่พอเห็นว่าผมจะต้องทำงานแล้ว ก็ยินดีจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายเรื่องที่พักที่ดีขึ้นให้ เพราะรู้ดีว่า ลำพังเงินเดือนของคนเพิ่งเริ่มทำงาน คงจะไม่พอจ่ายค่าเช่าคอนโด ทำเลดีๆ แบบนี้ได้ ทำให้ผมรู้สึกโชคดีเหลือเกินที่ได้เกิดมาในครอบครัวนี้
เรื่องที่สอง คือ ตอนนี้ ผมได้งานแล้วครับ เป็นงานในบริษัทที่ทำธุรกิจจัดการการลงทุนแห่งหนึ่ง
ซึ่งผมเองยังไม่ทราบเลยครับว่า งานที่ผมตัดสินใจตอบรับเข้าทำนั้น มีชื่อตำแหน่งว่าอะไร
และเนื้องานที่ทำนั้นจริงๆ แล้วทำอะไรบ้าง แต่สาเหตุที่ผมรับทำงานนี้เพราะ
.
- อาจารย์ที่ผมนับถือมากที่นิด้า ซึ่งเป็นท่านเดียวกันกับที่ชวนให้ผมเข้ามาเรียนเมเจอร์การเงิน
และเป็นอาจารย์ที่ผมทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยสอน (TA) ให้ตลอด 2 ปีที่นิด้า
เป็นคนแนะนำผมให้กับว่าที่เจ้านายของผม
. - ว่าที่เจ้านายของผม เป็นคนที่ผมให้ความเคารพท่านมาก
เพราะผมเคยถูกท่านเรียกให้ไปช่วยงานระหว่างที่เป็น TA ครั้งหนึ่ง และท่านดูแลและให้เกียรติผมดีมากๆ
นอกจากนั้น ท่านยังเคยเป็นอดีตอาจารย์ที่นิด้า และเคยเขียนหนังสือ
เกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคล และการลงทุน ที่ผมถูกใจอีกหลายๆ เล่ม
ที่สำคัญคือท่านโทรมาชักชวนผมให้ไปทำงานกับท่านด้วยตัวเอง
. - บริษัทที่ผมจะเข้าร่วมงานนั้น เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียง มีความมั่นคง
และเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจที่ผมสนใจ และอยากจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์
.
ก่อนที่ผมจะตัดสินใจตอบรับไป ผมถามท่านว่า งานที่จะทำนี้เกี่ยวกับอะไร
ท่านหัวเราะ แล้วบอกว่า เคยได้ยินประโยคว่า “put the right man on the bus” มั๊ย ?
ท่านบอกว่า ตอนนี้ยังไม่รู้แน่นัก ว่าจะให้เราไปอยู่ตรงจุดไหน เลยยัง put the right man on the right job ไม่ได้
แต่ขอจับเราขึ้นบนรถ bus ก่อน เพราะเคยร่วมงานกัน และท่านคิดว่าเราน่าจะเหมาะที่จะเอามาทำงานด้วย
ไว้ถ้าได้มาช่วยกันแล้ว ก็จะพอมองออกว่า เราน่าจะเหมาะกับอะไร
ผมตัดสินใจตอบรับไปทันที เพราะความเชื่อมั่น ในตัวว่าที่เจ้านายของผม และอาจารย์ที่แนะนำให้เป็นหลัก
เพราะมั่นใจในความหวังดีที่ท่านที่ให้ผมมาตลอด อีกทั้งพอจะทราบว่า ว่าที่เจ้านายของผมเป็นคนเก่งและดีมากๆ
เลยอยากจะลองทำงานกับต้นแบบที่ดีดูสักตั้ง
ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ เพิ่งจะร่อนเอกสารสมัครงานตำแหน่ง “นักวิเคราะห์หลักทรัพย์” ไปยังบริษัทต่างๆ
ยังไม่ทันที่เค้าจะเรียกไปสอบข้อเขียนหรือสอบสัมภาษณ์เลย
ผมก็ได้แต่หวังว่ารถ bus คันนี้ ที่ผมเลือกเดินขึ้นไป จะวิ่งไปยังปลายทางที่ผมอยากไป
หรืออย่างน้อยก็พาผมไปต่อรถ bus คันอื่น ที่จะพาผมไปยังปลายทางที่หวังได้ ในอนาคต
แต่ถ้าผมจะขึ้นรถ bus ผิดคันจริงๆ อย่างน้อย ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ เหมือนกับที่
ผมเคยขึ้นรถเมล์ผิดสายบ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งก็แก้ปัญหาได้ และไปถึงจุดหมายอยู่ดี
ขอให้ปีใหม่นี้ เป็นปีที่ดีสำหรับผมเช่นกันน๊า ^_^
