Shanghai Study Trip ตอนที่ 4 : Financial Planning และ CFP ในประเทศจีน

สำหรับโพสนี้ เป็นโพสตอนที่ 4 ของบทความชุด Shanghai Study Trip ซึ่งเป็นบันทึกที่เขียนจากความทรงจำ
เกี่ยวกับความรู้และประสบการณ์ที่ผมได้รับในการไปดูงานเกี่ยวกับการเงิน ณ มหานครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน
กับโครงการ Young Financial Star 2008 ระหว่างวันที่ 8-13 พ.ย. 2552

บทความชุดนี้เป็นบทความที่ผมใช้เวลาเขียนให้จบยาวนานมาก เพราะนี่ก็ร่วม 2 เดือนแล้ว ยังเขียนไม่จบ 5 ตอนเลย
นอกจากจะใช้เวลาเขียนยาวแล้ว ยังเป็นบทความที่ผมรู้สึกท้อถอยและ ไม่มีกำลังใจจะเขียนถึงมากที่สุด
เพราะว่าเหตุการณ์มันค่อนข้างผ่านมานานแล้ว ไฟในใจที่เคยลุกโชน ตอนที่อยากถ่ายทอดเรื่องราว
ที่ได้ไปรู้ไปเห็นมาสดๆ ร้อนๆ มันก็มอดไปหมด จนแอบคิด (หลายๆ ครั้ง) ว่า หรือจะหยุดไว้แค่นี้ดี
แต่พอมาคิดดูอีกที ก็รู้สึกเสียดาย สิ่งที่ได้ไปเรียนรู้มา ดังนั้น
ผมจะพยายามเขียนให้ครบทั้ง 5 ตอนจนได้ครับ อาจจะนานหน่อย ไม่ว่ากันนะครับ
.

แนะนำ FPSB China และ CFP เบื้องต้น

FPSB China

ป้ายด้านหน้าทางเข้า FPSB China

ในการไปดูงานครั้งนี้ หนึ่งในองค์กรที่พวกเราได้มีโอกาสไปเยี่ยมชม ก็คือ
Financial Planning Standard Board China (หรือ FPSB China) ซึ่งเป็นองค์กรที่มีหน้าที่รับผิดชอบ
งานด้านต่างๆ หลายประการ ดังต่อไปนี้

  • กำหนดและบังคับใช้มาตรฐานการปฏิบัติงาน รวมทั้งจรรยาบรรณที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนการเงิน
  • ให้การรับรอง และอนุญาตให้สถาบันการศึกษาต่างๆ
    สามารถฝึกอบรมเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนการเงิน ตามหลักสูตรของ CFP
  • จัดสอบ CFP
  • ออกใบรับรองที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนการเงินให้กับนักวางแผนการเงินที่ผ่านเกณฑ์
    (ใบรับรองมีหลายแบบครับ ไม่ได้มีแค่ CFP แต่ยังมี AFP, EFP, CPB ซึ่งจะได้พูดถึงต่อไปครับ

ผมลืมไป ที่จะพูดถึง CFP ซักเล็กน้อย เผื่อว่าบางท่านยังไม่ได้อ่านในโพสเก่าๆ นะครับ
CFP นั้นเป็นใบรับรองที่มีชื่อเต็มว่า Certified Financial Planner ซึ่งเป็นใบรับรองให้กับนักวางแผนการเงิน
ที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ 4E ที่ทาง FPSB กำหนดไว้ ได้แก่ Ethics, Education, Exam และ Experience
ผู้ที่ได้รับการรับรองก็จะสามารถนำสัญลักษณ์ CFP ไปต่อท้ายชื่อ ในนามบัตร หรือในสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ
หากจะเปรียบเทียบก็จะคล้ายๆ กับใบรับรองทางการเงินที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ CFA (Chartered Financial Analyst)
แต่แตกต่างกันตรงที่เนื้อหาของงานที่เน้นกันไปคนละด้าน (CFA เน้นไปในเรื่องของการวิเคราะห์หลักทรัพย์
และการบริหารเงินลงทุน)

สำหรับในบ้านเรานั้น เมื่อปลายปี 2009 ก็ได้มีการนำ CFP Certificate นี้เข้ามาเรียบร้อยแล้วครับ
แต่เราเองนั้นยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้สัญลักษณ์ CFP ต่อท้ายชื่อก็เริ่มจะมีให้เห็นแล้ว
เท่าที่ผมทราบเบื้องต้น ในปัจจุบันมีประมาณ 80 คน โดยส่วนใหญ่เป็น ผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ และ อาจารย์
ที่ปฏิบัติงาน หรือสอนเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนการเงินอยู่ก่อนแล้ว
โดยในบ้านเรานั้น ได้มีการจัดตั้ง สมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA) ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบ
งานลักษณะเดียวกับ FPSB China และสมาคมนักวางแผนการเงินในประเทศอื่นๆ
โดยมี คุณวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ เป็นนายกสมาคมคนแรกครับ

CFP นั้นปัจจุบันถือเป็น certificate ด้านการวางแผนการเงินที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก
ตัวเลขอย่างเป็นทางการเมื่อสิ้นปี 2008 นั้น มีผู้ที่ได้รับการรับรองให้ใช้สัญลักษณ์ CFP ได้ทั้งสิ้น
118,506 คน (สูงสุดอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา 58,830 คน รองลงมาคือ แคนาดา และ ญี่ปุ่นครับ)
.

CFP Certificant Growth.
จากตารางด้านบนจะเห็นว่าการเติบโตของจำนวนผู้สามารถใช้สัญลักษณ์ CFP ได้นั้น รวดเร็วมากนะครับ
ในเวลา 12 ปี นับตั้งแต่ปี 1996 ถึงปี 2008 มีการเติบโตขึ้นถึงเกือบ 4 เท่าตัว
คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีประมาณ 11-12% ทีเดียวครับ โดยจะเห็นว่าการเติบโต
ของยอดผู้ที่เป็น CFP นั้น ระยะหลังๆ เป็นการเติบโตจากประเทศในทวีปเอเชียเป็นส่วนใหญ่

สำหรับโพสนี้ ผมจะเน้นเล่าไปเกี่ยวกับเรื่อง CFP ในประเทศจีน (แผ่นดินใหญ่) เป็นหลักนะครับ
จะเห็นว่าเมื่อสิ้นปี 2008 เนี่ย จีนมีผู้ที่เป็น CFP อยู่ทั้งสิ้น 3,414 คน ซึ่งถือว่าน้อยมาก
เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรนะครับ แต่จุดที่น่าสนใจ ผมอยากให้ลองเปรียบเทียบอัตราการเติบโต
ของจำนวนผู้ที่เป็น CFP ในจีนซึ่งเพิ่งจะมี CFP เมื่อปี 2006 กับ ในฮ่องกงซึ่งมี CFP มาตั้งแต่ปี 2001
จะพบว่าจีน (แผ่นดินใหญ่) นั้น มีอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ที่เป็น CFP เร็วกว่าฮ่องกงมาก
ผมคิดว่า ไม่ต้องสงสัยเลยครับ ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ประเทศจีน
จะมีผู้ที่ได้รับสิทธิ์ให้ใช้สัญลักษณ์ CFP แซงหน้าประเทศแคนาดาและญี่ปุ่นอย่างแน่นอน

หน้าตาตั้งใจฟังเคร่งเครียดมาก

หน้าตาตั้งใจฟังเคร่งเครียดมาก ทีมงาน FPSB China พูดภาษาอังกฤษชัดมากเลยล่ะครับ

.

CFP ในประเทศจีน (แผ่นดินใหญ่)
CFP Certificate นั้นมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างไปจาก CFA ซึ่งใช้มาตรฐานการเดียวกันทั่วโลก
โดยองค์กรสมาชิกของ FPSB ในแต่ละประเทศ จะทำการปรับปรุงเนื้อหา กำหนดกฏเกณฑ์ แนวทางปฏิบัติต่างๆ
ให้เหมาะสมกับกฏหมายและลักษณะของสินค้าทางการเงินในแต่ละประเทศ
นอกจากนั้น การจัดสอบก็จะจัดทำเป็นภาษาท้องถิ่น (เช่นในไทย ก็ออกข้อสอบเป็นภาษาไทย)
วิธีการในการที่จะได้มาซึ่งสิทธิ์ในการใช้สัญลักษณ์ CFP ก็จะต่างกันออกไปในแต่ละประเทศ
จึงทำให้การใช้สัญลักษณ์ CFP นั้น หากเราได้รับ CFP Certificate จากประเทศใด
ก็จะสามารถใช้ได้ในประเทศนั้นเท่านั้น หากต้องการใช้งานแบบ Cross-border หรือข้ามประเทศ
ก็ต้องปฏิบัติตามกฏระเบียบของ FPSB ซึ่งยุ่งยากพอสมควร
(ต้องสอบข้อสอบ CFP ในประเทศที่ต้องการจะเข้าไปปฏิบัติงานก่อน
จึงจะสามารถใช้สัญลักษณ์ CFP ในประเทศนั้นได้)

ในการที่จะได้มาซึ่ง CFP Certificate ในประเทศจีนนั้น นักวางแผนการเงินจะต้องได้รับ
AFP Certificate ก่อน (AFP : Affiliated Financial Planner) จากนั้นจึงจะสามารถค่อยเลื่อนชั้นไปเป็น CFP
โดยกรอบในการพิจารณาว่านักวางแผนการเงินท่านใด จะได้เป็น AFP จนกระทั่งเป็น CFP นั้น ก็จะยึดตามหลัก 4E
ซึ่งเป็นกรอบใหญ่ของ FPSB ประเทศสหรัฐอเมริกา

AFP & CFP Requirements

ข้อกำหนดต่างๆ ในการได้มาซึ้ง AFP และ CFP ในประเทศจีน

FPSB China เค้ากำหนดกฏเกณฑ์ต่างๆ ไว้เข้มมากทีเดียวครับ
โดบการที่นักวางแผนการเงินจะได้รับ AFP Certificate นั้น จะต้อง

  • Education : ผ่านการอบรมในเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนการเงินเป็นจำนวน 108 ชั่วโมง
    (ครอบคลุม 6 Modules คล้ายๆ ประเทศไทย)
  • Experience : มีประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้อง 2 ปี
    (ตัวเลขนี้ผมดึงมาจากความทรงจำซึ่งผ่านมานานแล้ว อาจจะไม่ถูกนะครับ)
  • Examination : สอบผ่านข้อสอบ AFP
  • Ethics : รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานและจรรยาบรรณของ CFP

หลังจากเป็น AFP Certificant แล้ว การที่จะได้มาซึ่ง CFP นั้นยังต้องทำสิ่งต่อไปนี้เพิ่มครับ

  • Education : อบรมเพิ่มอีก 132 ชั่วโมง ในเนื้อหาที่ลึกขึ้น (ไม่นับ 108 ชั่วโมงขอ AFP รวมด้วยนะครับ)
  • Experience : อันนี้ผมจำไม่ได้จริงๆ ครับ แต่จำนวนปีจะมากขึ้นกว่า AFP
  • Examination : สอบผ่านข้อสอบ CFP
  • Ethics : รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานและจรรยาบรรณของ CFP

ซึ่งหากเทียบกับหลักเกณฑ์ในประเทศไทย เท่าที่ผมทราบ บ้านเราต้องถือว่าง่ายกว่าเยอะครับ
เท่าที่ทราบ สำหรับบ้านเรานั้น จะไม่มี AFP แต่จะเรียกว่า CFP Sub-license ซึ่งจะให้กับนักวางแผนการเงิน
ที่ผ่านการอบรมครบ 6 Modules (144 ชั่วโมง) แต่ยังสอบไม่ผ่านครบทุก module
ก็คือ ถ้าสอบผ่านใน module ไหนแล้ว ก็จะได้ sub-license ใน module นั้น
แต่หากนักวางแผนการเงินท่านนั้น สอบผ่านครบทุก module แล้ว และมีประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้อง
ตาม เกณฑ์ของ TFPA คือ 3 ปี สำหรับผู้จบตั้งแต่ปริญญาตรี และ 5 ปี สำหรับผู้จบต่ำกว่าปริญญาตรี

ซึ่งผมต้องย้ำตรงนี้นะครับ ว่าข้อมูลที่ผมเขียนนี้ เป็นเพียงข้อมูลที่ผมได้รับปากเปล่า จากผู้ที่เกี่ยวข้องหลายๆ ท่าน
ยังไม่ได้มีการประกาศเป็นลายลักษณ์อักษรแต่อย่างใด ดังนั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการนำข้อมูลไปใช้ได้ด้วยนะครับ
ที่สำคัญคือ ในบ้านเรานั้น ปัจจุบัน (ม.ค. 53) ยังเปิดอบรมเพียง 4 modules เท่านั้น ยังขาดอีก 2 module ครับ
และการจัดสอบใน module 1-2 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือน พ.ย. 52 นั้น ก็ยังไม่ประกาศผลสอบเช่นกันครับ
.

เกร็ดย่อยๆ เกี่ยวกับ CFP ในประเทศจีน

  • ใบรับรองอื่นๆ ที่ออกโดย FPSB China
    .

    Career Path

    Certificates ทั้งหมด ที่ออกโดย FPSB China

    นอกจาก AFP และ CFP แล้ว FPSB China ยังออกใบรับรองที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนการเงินอีก 2 ชื่อคือ
    EFP: Executive Financial Planner ซึ่งเป็น certificate เฉพาะสำหรับผู้บริหารสถาบันการเงิน
    ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการวางแผนการเงิน จะได้ไม่ต้องสับสนกับ CFP ซึ่งเป็น certificate ของผู้ปฏิบัติงานจริง
    การได้มาซึ่ง EFP นั้น ก็จะใช้หลัก 4E เช่นกัน แต่เนื้อหาจะไม่ลึกเท่ากับ CFP
    โดยจะเน้นไปที่แนวคิดและหลักการในภาพใหญ่ๆ เท่านั้น ส่วน certificate อีกอันคือ
    CPB: Certified Private Banker จะเป็นใบรับรองเฉพาะสำหรับนักวางแผนการเงิน
    ที่ให้บริการกับลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูงเป็นพิเศษ
    .

  • ต้นสังกัดของนักวางแผนการเงินในประเทศจีน
    นักวางแผนการเงินในประเทศจีนที่มุ่งหวังจะได้รับ CFP certificate นั้น
    ร้อยละ 90 มาจากธนาคารพาณิชย์ ในขณะที่ในประเทศไทยนั้น ตามที่ผมได้เคยเขียนไปใน โพสนี้
    ส่วนใหญ่บ้านเราผู้ที่สนใจเข้ามาอบรมในหลักสูตร CFP นั้นมาจากสายประกันชีวิตเป็นหลัก
    และมีมาจากธนาคารพาณิชย์น้อยมาก
    .
  • บัตรประจำตัว CFP certificant
    .

    CFP ID Card

    บัตรประจำตัวนักวางแผนการเงินที่มี CFP

    หัวข้อนี้ไม่มีอะไรครับ เพียงแต่ผมเห็นว่า แปลกดี ผมไม่รู้ว่าในบ้านเราผู้ที่ได้ CFP จะได้รับบัตรแบบนี้มั๊ย
    แต่สำหรับในประเทศจีนแล้ว ถ้าใครได้เป็น CFP certificant แล้ว ก็จะได้รับบัตรประจำตัวหน้าตาแบบในรูปนี้ล่ะครับ
    (ด้านซ้ายเป็นใบรับรอง CFP Certificate ส่วนด้านขวาเป็นบัตรประจำตัวครับ)

.
เอาล่ะครับ ปิดท้ายโพสนี้กันด้วยภาพนี้นะครับ ตามธรรมเนียมของแขกผู้ไปเยือน เราก็เตรียมของฝาก
ของที่ระลึกจากประเทศไทยไปให้เจ้าหน้าที่ของ FPSB China ด้วย
(อ่ะ ในรูปนี้ของฝากถูกเอาไปซ่อนแล้วครับ) เลยกลายเป็นถ่ายรูปร่วมกันเฉยๆ
.

ภาพถ่ายร่วมกันก่อนลากลับครับ

ภาพถ่ายร่วมกันก่อนลากลับครับ

ทีมงานที่นี่ต้อนรับพวกเราดีมากเลยครับ พาเดินทั่วออฟฟิตเลย
คุณพี่ผู้ชายที่ใส่เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงิน ท่านเป็นหัวหน้าสูงสุดของที่นี่ (ผมไม่รู้ว่าตำแหน่งจริงๆ ชื่ออะไร)
ท่านเป็น CFA charter holder (มีแต่ CFA ไม่ได้มี CFP) ที่มาดูแลองค์กรด้านการวางแผนการเงิน
ผมเลยลองแอบถามไปดู ว่าในมุมมองของท่าน คิดว่า CFA กับ CFP ในจีนนั้น อะไรยากกว่ากัน
ในแง่ของเนื้อหา + การสอบ ซึ่งท่านบอกว่า CFP น่าจะยากกว่านิดหน่อย เพราะเนื้อหากว้างมาก
ซึ่งก็ค่อนข้างจะขัดกับงานศึกษางานหนึ่งที่ผมเคยอ่านพอสมควรครับ
ไว้มีโอกาสผมจะเอางานศึกษานั้นมาเล่าให้ฟัง เค้าศึกษาเกี่ยวกับความแตกต่างของ CFA กับ CFP
ในมุมมองด้านต่างๆ หลายด้านเลยทีเดียว น่าจะช่วยตอบคำถามให้กับหลายๆ ท่าน ที่ยังสับสนอยู่ได้

ความเห็นของผมต่อ CFP ในประเทศไทย

.
สวัสดีครับ ช่วงนี้ผมไม่ได้ update บล๊อคไปหลายวันเลยนะครับ
ต้องถือว่าเป็นสัปดาห์ที่มีกิจกรรมเยอะมากสำหรับผม หนึ่งในนั้นคือเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมานี้
ผมมีภารกิจต้องไปรับการอบรม CFP Module 2 ในหัวข้อ Investment Planning
ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการที่จำเป็น เพื่อให้มีสิทธิ์สอบให้ได้ใบรับรองที่ชื่อว่า
Certified Financial Planner หรือ CFP ซึ่งทุกคนต้องอบรมก่อน จึงจะสามารถสอบได้ครับ
(จริงๆ ก็พอจะมีข้อยกเว้นบ้างครับ แต่เงื่อนไขนั้นค่อนข้างยาก สำหรับคนทั่วๆ ไป)

การอบรม CFP ในครั้งนี้นั้น ผมแทบไม่ค่อยจะเจอพี่ๆ ที่เคยอบรมด้วยกันในรอบก่อนๆ เลยครับ
วันแรกๆ นี่ ผมค่อนข้างจะคิดถึงบรรยากาศตอนอบรมด้วยกันใน module ก่อนๆ หน้ามากทีเดียว
(ผมอบรบ CFP มาแล้ว 3 module จากทั้งหมด 6 ครับ รวมครั้งนี้ก็เป็น 4 ครั้งแล้ว)
สาเหตุคงเป็นเพราะ ผมพักเรื่องการอบรมไปนาน ทำให้พี่ๆ ที่เคยเรียนด้วยกัน
เค้าก็เรียนในรอบอื่นๆ กันไปหมด… เสียดายครับ มีเรื่องจะเม้าท์เยอะแยะมากมาย

แต่ยังไงก็ตาม สังคมของผู้ที่มุ่งหวังจะได้ CFP เป็นสังคมที่ผมคิดว่าดีมากๆ ครับ
แป๊บเดียว ผมก็ได้รู้จักกับพี่ๆ กลุ่มใหม่ รวมทั้งเพื่อนๆ ในวัยเดียวกันอีกพอสมควร
ทุกๆ คนที่ผมได้พูดคุยด้วย มีอัธยาศัยที่ดี สมกับที่อนาคตจะเป็นนักวางแผนการเงิน
ซึ่งนอกเหนือไปจากความรู้ที่ควรจะต้องมีแล้ว ทักษะการสื่อสาร และการมีอัธยาศัยที่ดี เป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด

พอได้เข้าไปอบรม CFP อีกครั้ง ผมเลยอยากจะเขียนถึงมุมมองของผม ต่อสัญลักษณ์ CFP
และต่อยุคบุกเบิกของ CFP ในเมืองไทย ในหลายๆ แง่มุม เผื่อว่าเพื่อนๆ ท่านใดสนใจ
ในสายอาชีพด้านการวางแผนการเงิน จะได้ทำความรู้จัก CFP มากยิ่งขึ้น
โดยมุมมองนี้ คงจะเป็นมุมมองของ candidate คนหนึ่งเท่านั้นนะครับ
คงไม่ใช่ข้อเท็จจริง ที่สามารถนำไปอ้างอิงได้แต่อย่างใด… เรามาเริ่มกันเลยนะครับ
.

CFP ในมุมมองของผมคืออะไร ?

ในตอนแรกนั้น ผมเคยมองว่า หลักสูตร CFP จะเป็นหลักสูตรที่สร้างนักวางแผนการเงิน ที่มีความรู้และทักษะเชิงลึก
ในการวางแผนการเงินทุกรูปแบบ โดยนักวางแผนการเงินที่มีสัญลักษณ์ CFP ต่อท้ายชื่อ
ควรที่จะต้องสามารถ คิดวิเคราะห์ และวางแผนการเงินที่มีความเหมาะสมกับลูกค้า
รวมถึงต้องวางแผนการเงินที่มีความสลับซับซ้อน ในแง่เทคนิคการจัดสรรค์สินทรัพย์ต่างๆ
รวมถึงการคำนวณที่ซับซ้อน กว่าแผนการเงินแบบพื้นฐานทั่วไปได้

แต่ตอนนี้ ผมเริ่มเข้าใจ และเห็นภาพใหม่ของ CFP มากขึ้น ว่าสิ่งที่ผมคิดตอนแรกนั้นอาจจะผิดอยู่พอสมควร
ตอนนี้ผมเริ่มจะเข้าใจว่า หลักสูตร CFP นั้นไม่ได้เป็นหลักสูตรที่เน้น ความรู้และทักษะเชิงลึก
เช่นทักษะในการคิดคำนวณ หรือการทำแผนการเงินที่พิศดาร แต่อย่างใด
แต่ CFP นั้น เป็นหลักสูตรที่สร้างนักวางแผนการเงินที่มีความรอบรู้ ในด้านต่างๆ อย่างกว้างๆ
และรู้จักใช้เครื่องมือต่างๆ ในหลายๆ ด้าน มาประกอบกัน เพื่อให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้

CFP สำหรับผมในตอนนี้ จึงไม่ใช่ผู้ที่คิดคำนวณเก่ง หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน
แต่เป็นผู้ที่พร้อมจะออกไปติดต่อกับลูกค้าและสามารถเชื่อมโยง (integrate) เครื่องมือทางการเงินต่างๆ
เข้าด้วยกันได้ อย่างที่มืออาชีพที่มีความรู้เชิงลึกด้านใดด้านหนึ่ง อาจจะทำได้ยาก

ส่วน CFP ที่จะมีทักษะเชิงลึกด้านต่างๆ เช่น เชี่ยวชาญเรื่องการลงทุน การประกันชีวิต การวางแผนมรดก
เป็นพิเศษนั้น คงจะต้องเป็นเรื่องของความสามารถและความสนใจส่วนบุคคล
ที่ผู้มี CFP แต่ละคน จะต้องขวนขวายและแสวงหาความเชี่ยวชาญเหล่านั้นเองต่อไป
.

CFP vs CFA แตกต่างกันอย่างไร?

สองใบรับรองนี้ มีความแตกต่างกันอย่างมาก ทั้งในเนื้อหาและวัตถุประสงค์การใช้ครับ

  • CFA หรือ Chartered Financial Analyst นั้น เป็นใบรับรองที่ใช้กับสายงานด้าน
    การวิเคราะห์หลักทรัพย์ และการจัดการลงทุน ซึ่งเป็นสายงานที่จำเป็นต้องใช้ความละเอียดถี่ถ้วน
    ในการคิดวิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลต่างๆ เพราะผลลัพธ์จากการคิดวิเคราะห์นั้น
    มักส่งผลกับนักลงทุน หรือบุคคลจำนวนมากๆ (เช่น ผู้ที่อ่านบทวิเคราะห์ หรือ ผู้ที่ลงทุนในกองทุนรวม)
    เนื้อหาที่ใช้สอบ จึงเป็นเนื้อหาเชิงลึกมากๆ และผมมองว่า เน้นในเรื่องของการคำนวณ มากกว่า CFP
    ตัวอย่างเนื้อหาที่สอบ เช่น การวิเคราะห์เชิงปริมาณ การวิเคราะห์งบการเงิน
    การวิเคราะห์หลักทรัพย์ประเภทต่างๆ ตั้งแต่ หุ้น ตราสารหนี้ อนุพันธ์ จนถึงการลงทุนการเลือกอื่นๆ
    และปิดท้ายด้วยเรื่องของการบริหารพอร์ตการลงทุน

    .
  • CFP นั้นเป็นใบรับรองที่ใช้กับสายงานด้านการวางแผนการเงิน
    หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นสายงานด้านการขายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ในสถานการณ์ที่
    สินค้าทางการเงินมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น และความต้องการของลูกค้าก็มีความซับซ้อนมากขึ้นเช่นกัน
    เนื้อหาใน CFP นั้น จึงเป็นเนื้อหากว้างๆ ที่เน้นให้นักวางแผนการเงินเข้าใจในจุดเด่นจุดด้อย
    และความสัมพันธ์กันของผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ แต่หากมีความจำเป็นเชิงลึก
    ที่ต้องวิเคราะห์อะไรที่มีความซับซ้อนมากนั้น  CFP ค่อนข้างจะเน้นให้นักวางแผนการเงิน
    ประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เช่น ผู้จัดการกองทุน หรือ ตัวแทนประกันชีวิต
    ในรูปแบบของการส่งต่อลูกค้า มากกว่าที่จะให้นักวางแผนการเงินวิเคราะห์เอง
    ตัวอย่างเช่น ในการวางแผนการลงทุนนั้น นักวางแผนการเงินจะทำหน้าที่ ประเมินความต้องการ
    และออกแบบแผนการเงินที่เหมาะสมให้กับลูกค้า และจะรับผิดชอบทำแผนให้สูงสุด
    ในระดับการทำ Strategic Asset Allocation เท่านั้น แต่จะไม่ได้เป็นคนแนะนำว่า
    ต้องซื้อหุ้นตัวไหน ต้องซื้อเมื่อไหร่ และ ขายเมื่อไหร่
    .

ในความรู้สึกผมตอนนี้ ผมมองว่า CFP เป็น certificate ด้านการขายรูปแบบหนึ่ง ที่พัฒนานักขาย
จากการขายแบบ Product Focus (คือเน้นขายสินค้าที่ตนมี) เป็นการขายแบบ Customer Focus
(คือเน้นขายสินค้าตามความจำเป็นจริงๆ ของลูกค้า) ซึ่งงานขายนี้จะตรงกันข้ามกับสายงานของ CFA อย่างสิ้นเชิงครับ
แต่ยังไงก็ตาม สองสายงานนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำงานร่วมกัน เพราะต่างคนต่างก็เก่งกันคนละด้านครับ
.

มี CFP แล้วจะเป็นนักวางแผนการเงินที่เก่งหรือไม่ ?

อันนี้ต้องขึ้นอยู่กับนิยามคำว่า “เก่ง” ครับ ส่วนตัวแล้ว ถ้าคำว่าเก่ง หมายถึงสามารถที่จะเข้าหาลูกค้า
วางแผนการเงินให้ลูกค้า และสามารถทำให้ลูกค้าสามารถปฏิบัติตามแผนได้อย่างเคร่งครัด
ผมคิดว่า CFP ไม่ได้ตอบโจทย์ตรงนี้ครับ

สำหรับผม CFP เป็นเพียงเครื่องรับรองว่า นักวางแผนการเงินคนนี้ เป็นนักวางแผนการเงินที่มีความรู้ความเข้าใจ
ในเรื่องการวางแผนการเงิน และผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ เท่านั้น แต่ไม่ได้แปลว่า
เค้าต้องเก่งแบบที่ผมเขียนไว้ข้างบน
เพราะความเป็นนักวางแผนการเงินที่เก่งนั้น ผมคิดว่าปัจจัยสำคัญที่สุดคือ
เรื่องของทักษะการสื่อสาร (Interpersonal Skill) ซึ่งหลักสูตร CFP ไม่ได้มีการทดสอบในด้านนี้เลย
นอกจากไม่ได้ทดสอบแล้ว ยังพูดถึงน้อยมากๆ
(พูดถึงเพียงครั้งเดียวใน Module 1 : Foundation of Financial Planning)
.

สถานการณ์ผู้ที่สนใจใน CFP เป็นอย่างไร และใครบ้างที่สนใจ ?

จากการสังเกตอย่างคร่าวๆ ของผม นั้นผมคิดว่ามีผู้ที่สนใจหลักสูตร CFP เยอะพอสมควรครับ
สาเหตุที่ผมสรุปเช่นนั้น เพราะหลักสูตร CFP เป็นหลักสูตรที่เป็นหลักสูตรที่ค่อนข้างกินเวลามาก
ผู้สนใจจะต้องเข้าอบรมเนื้อหาถึง 6 module โดยแต่ละ module นั้น ต้องใช้เวลาถึง 4 วันเต็ม
รวมแล้ว ผู้เข้าอบรมต้องอบรมถึง 24 วัน หรือ 144 ชั่วโมง และยังต้องมีการสอบวัดผลอีกประมาณ 3 ครั้ง
(ที่ต้องบอกว่าประมาณ เพราะเรื่องเกณฑ์การสอบ ผมคิดว่ายังไม่แน่ไม่นอน)
แต่สิ่งที่ผมได้สัมผัสคือ ใน module หลังๆ นั้น ยังมีผู้เข้าอบรมในจำนวนที่ถือว่ามากอยู่
(ผมจะไม่นับ module แรก ที่มีผู้เข้าอบรมเยอะกว่า module อื่นๆ เพราะอาจมีผู้เข้าอบรม
ที่มาอบรมเพียงเพื่อจะ refresh ใบอนุญาตในการเป็นผู้ติดต่อกับนักลงทุนเท่านั้น)
โดยเฉลี่ยนั้นทาง TSI จัดอบรมหลักสูตร CFP module ละประมาณ 3-4 ครั้ง ใน 1 ปี
ในแต่ละคลาส จะมีผู้เข้าอบรมประมาณ 40-70 คน

ในด้านบุคคลที่สนใจนั้น จากการสังเกตจากรายชื่อผู้เข้าอบรมในหลายๆ ครั้ง
ผมพอจะประมาณได้ดังนี้ครับ

  • 50-60 % มาจากธุรกิจประกันชีวิต (ส่วนใหญ่เป็นตัวแทนประกันชีวิตของ AIA)
  • 15-25% มาจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์ (นำโดย KBank เป็นหลัก)
  • 5-10% มาจากธุรกิจจัดการกองทุน เช่น บลจ. ต่างๆ รวมถึง กบข. ด้วย
  • 5-10% มาจากธุรกิจหลักทรัพย์ เช่น บริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ

นอกจากนั้นก็จะเป็นปลีกย่อย เช่นนักศึกษา นักลงทุน และผู้ที่สนใจด้านการวางแผนการเงินเป็นการส่วนตัว
แต่ทั้งนี้ ต้องอย่าลืมว่า หลายๆ องค์กร มีการให้ TSI ไปจัดการอบรบแบบ in-house
ซึ่งสัดส่วนที่ผมแสดงข้างต้น อาจไม่ได้ represent สัดส่วนที่ถูกต้อง ของผู้สนใจ CFP ก็ได้ครับ
.

การเรียนการสอนในหลักสูตร CFP ของไทย เป็นอย่างไร ?

ที่ต้องพูดถึงเรื่องการเรียนการสอนเป็นพิเศษเพราะ บุคคลทั่วไป หากต้องการมีสิทธิ์สอบ
ต้องเข้าอบรม CFP กับ TSI อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่มีทางเลือกอื่น อ่านเองก็ไม่ได้ครับ
ดังนั้น ผมขอพูดถึงเรื่องการเรียนการสอนในหลักสูตร CFP ของไทย เป็นด้านๆ ไปนะครับ
.

  • รูปแบบการสอน
    เป็นการบรรยาย ประกอบสไลด์ โดยวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ
    โดยระหว่างการบรรยายอาจมีการ discuss หรือโต้ตอบกันบ้างเล็กน้อย
    และในตอนท้าย ของหัวเรื่องใหญ่ๆ จะมีลักษณะเป็นการทำ workshop ร่วมกัน
    เป็นกลุ่มเล็กๆ ประมาณ 5-10 คน (ซึ่งตรงนี้แหละครับ ทำให้ผมได้รู้จักพี่ๆ ที่เก่งๆ เยอะมากทีเดียว)
    .
  • ผู้สอน
    ผมคิดว่า ผู้สอนในหลักสูตร CFP มีความหลากหลายมากๆ หลายท่านอาจไม่ได้เป็นนักวางแผนการเงินโดยอาชีพ
    แต่ก็เป็นผู้รู้ในด้านต่างๆ ในเชิงลึก ยกตัวอย่างเช่น

    การสอนพื้นฐานต่างๆ : ผู้สอนมักจะเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย เช่น จุฬา นิด้า เกษตร เป็นต้น
    ด้านวางแผนภาษี : ผู้สอนเป็น นิติกร จากกรมสรรพากร
    ด้านการลงทุน : ผู้สอนเป็นผู้ที่อยู่ในธุรกิจการจัดการลงทุน และมี CFA เกือบทุกคน
    ด้านการวางแผนเกษียณ : ผู้สอนเป็นผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าหน้าที่จาก กบข. จากประกันสังคม เป็นต้น
    ด้านการวางแผนประกันภัย : ผู้สอนเป็น Staff จากบริษัทประกันชีวิต เช่น ไทยประกันชีวิต และ AIA เป็นต้น
    ด้านการจัดทำแผนการเงิน : ผู้สอนเป็นนักวางแผนการเงิน จากองค์กรต่างๆ เช่น KBank, Asia Plus เป็นต้น

    หากให้ผมให้คะแนนการสอนในภาพรวม ผมคิดว่า การสอนในหลักสูตร CFP น่าจะได้คะแนนระดับ 70% ขึ้นไป

  • ตำราเรียน
    ตำราเรียนนั้น เป็นตำราภาษาไทย ซึ่งผมคิดว่า จัดทำและรวบรวมโดย TSI เป็นหลัก
    เป็นตำราที่ต้องใช้อ่านประกอบในการสอบ ซึ่งเนื้อหาหลายๆ อย่างในตำรานั้น วิทยากรอาจจะไม่ได้บรรยายถึง
    ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้สอบ ต้องอ่านตำราประกอบด้วย
    โดยในแต่ละ module นั้น เราจะได้ตำราภาษาไทย หนาประมาณ 1 นิ้วครึ่ง กลับบ้านด้วยทุกครั้ง
    นอกจากนั้น ยังมีแบบฟอร์มเพื่อใช้ในการเก็บข้อมูล และการวางแผนการเงินในกรณีต่างๆ ให้ใช้ประกอบการเรียนด้วย

    ในส่วนของตำราเรียนนั้น ผมประเมินให้ประมาณ 60% ครับ เพราะเท่าที่ดู เนื้อหาก็มีจุดผิดพอสมควร
    ส่วนหนึ่งเป็นจุดผิดจากการพิมพ์ผิด ส่วนหนึ่ง เป็นการผิดในหลักการ ที่มีผู้เข้าอบรมบางท่าน ท้วงติง
    ว่าวิธีการคำนวณในหนังสือนั้น อาจไม่ค่อยเหมาะสม แต่ที่ผมอยากให้ปรับปรุง คือเรื่องรูปแบบของหนังสือมากกว่าครับ
    อยากให้ทำเป็นหนังสือ เหมือนกับหนังสือที่มีการจำหน่ายจริงๆ  เพราะปัจจุบัน ปกหน้าเป็นขาวดำ ข้างในเป็นขาวดำ
    เย็บเล่มแบบสันพลาสติก (กระดูกงู) ผมดูๆ แล้วเหมือนกับหนังสือที่ไปซีร๊อกซ์มา
    ผมว่ามันไม่ค่อยสมกับราคาค่าอบรม module ละ 9000 น่ะครับ
    .

  • สถานที่เรียน
    เมื่อก่อนจะมีการอบรมที่โรงแรม Swissotel Le Concorde บ้าง แต่ปัจจุบันอบรมที่โรงแรม Windsor Suite สุขุมวิท
    ผมคิดว่าทั้งสองที่ก็เหมาะสมดีครับ คงไม่ติอะไรมาก อีกอย่างหนึ่ง อาหารกลางวัน ก็ค่อนข้างคุ้มค่ากับราคาครับ
    จะเป็น Buffet อาหาร Inter และ อาหารญึ่ปุ่น สลับกันไป
    (ส่วนตัว ผมอยากให้กลับมามี buffet ติ่มซำเหมือนเมื่อก่อนอีกครับ แต่คิดว่า อาจจะทำได้ยาก
    เพราะผู้เข้าอบรม นั่งนาน และไปอบรมตอนบ่ายช้า เข้าใจว่าเป็นแบบนั้นนะครับ)
    .

สิ่งที่ผมอยากจะเพิ่มเติมคือ ผมรู้สึกว่า ในการสอนนั้น เราปล่อยให้เรื่องต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการคำนวณผ่านไปง่ายๆ
ทั้งๆ ที่บางเรื่องนั้น ผู้เข้าอบรมส่วนใหญ่ โดยเฉพาะ พี่ๆ ผู้ใหญ่ ยังไม่สามารถคำนวณได้
โดยเฉพาะเรื่องการกด financial calculator บางทีพอถึงจุดยากหน่อย ทุกคนกำลังคิด ก็มีเฉลยมาแจกซะแล้ว
ผมเข้าใจว่า ทางผู้จัดอบรม ต้องการอำนวยความสะดวก และเห็นใจ พี่ๆ ผู้ใหญ่หลายท่าน
แต่ผมคิดว่า หากจะต้องการทำให้หลักสูตร CFP เป็นหลักสูตรที่มีคุณค่าจริงๆ เราก็ควรจะจริงจังมากกว่านี้นะครับ
.

สิ่งที่ผมกังวลกับ CFP ในเมืองไทย ?

ผมมีเรื่องกังวลอยู่สองเรื่อง หนึ่งคือ หลักสูตร CFP จะประสบความสำเร็จในฐานะเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงออกว่า
บุคคลนี้ เป็นนักวางแผนการเงินมืออาชีพ หรือไม่
ผมกลัวว่า ผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นว่า

เฮ้อ CFP มันก็ไอ้ตัวแทนขายประกันแหละว๊า อย่ามาหลอกเลย ชั้นไม่ซื้อหรอก ไปๆ ไกลๆ” หรือ

พวกนี้มาอีกแล้ว ซีเอฟพง ซีเอฟพี อาไร๊ ก็แค่คนขายกองทุน ละว๊า

ผมคิดว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญนะครับ การบริหารภาพลักษณ์ที่ดีเป็นเรื่องจำเป็นมากๆ ที่จะทำให้ certificate ใบนี้
มีความสำคัญ และเป็นเครื่องมือบ่งบอกความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง
ผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ สมาคมนักวางแผนการเงินไทย ควรที่จะต้องดูแลเรื่องนี้ให้ดีนะครับ

เรื่องที่สอง คือ เรื่องความ นิ่ง เงียบ ของ สมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA)
ผมไม่รู้ว่า ข้างในนั้น นิ่ง เงียบ ไม่ค่อยมีอะไรคืบหน้า เหมือนที่ผมเห็นจากมุมมองของคนนอกรึเปล่า
เพราะสิ่งที่ผมเห็นคือ เว็บไซต์ที่ไม่มีการอัพเดท ข่าวคราวที่ไม่ค่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง
หรือแม้กระทั่ง ชื่อของบุคคล ที่ทำงานจริงๆ ในสมาคม (ที่ไม่ใช่ชื่อของกรรมการ และที่ปรึกษา)
ผมก็ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร มาจากองค์กรไหนบ้าง

เรื่องนี้ สำหรับผู้สนใจ CFP ผมว่าเป็นเรื่องสำคัญนะครับ ในการตัดสินใจอะไรนั้น เราอยากได้ข้อมูลให้มาก
เพื่อที่จะตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิผล ยกตัวอย่างเช่น ข้อมูลเรื่องการจัดสอบ เนี่ย
ก็ยังไม่เห็นมีประกาศอย่างเป็นทางการ ว่าจะสอบช่วงไหน ในขณะที่ข่าวลือ ปากเปล่าต่างๆ
บอกว่าจะสอบช่วง พ.ย. 52 นี้แล้ว ผมกลัวว่าถ้าท่านไม่ประกาศล่วงหน้า ผู้สอบหลายๆ ท่านจะเตรียมตัวไม่ทันเอานะครับ
นอกจากนั้น ข้อมูลของหลักสูตรใน module 5 และ 6 ก็ยังไม่รู้ว่าจะเปิดตอนไหน
พวกเราหลายๆ คนก็สงสัย และรอคอยคำตอบเช่นกันนะครับ
.

===================================================================

ส่งท้าย

ผมก็เขียนทั้งชมและบ่นมาเยอะนะครับ แต่สุดท้าย ผมอยากจะให้กำลังใจผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน
รวมทั้งผู้ที่กำลังตั้งใจอบรม เพื่อจะเอาใบรับรอง CFP ใบนี้อยู่

ผมคิดว่าการบุกเบิกสิ่งใหม่ๆ โดยเฉพาะสิ่งที่ involve หลายๆ ภาคส่วน หลายๆ องค์กรเนี่ย คงเป็นเรื่องยากมากทีเดียว
ผมเองรวมถึงผู้เข้าอบรมหลายๆ ท่าน อาจไม่มีส่วนช่วยท่าน และก็ไม่รู้ว่าจะช่วยยังไงด้วย
แต่ผมเชื่อว่า พวกเราทุกคนอยากให้เซอร์ใบนี้มันเกิดนะครับ

อย่างน้อยก็ผมคนนึงนะครับ ที่เชื่อว่าการวางแผนการเงินเป็นเรื่องจำเป็นของคนไทย และ CFP น่าจะเป็นปัจจัยหนึ่ง
ที่ช่วยผลักดันให้คนไทยตื่นตัวกับการวางแผนการเงินมากขึ้น
ดังนั้น ขอให้ทุกท่านสู้ๆ นะครับ หากมีอะไรที่ท่านต้องการความคิดเห็นจากผู้เข้าอบรมบ้าง
ผมคิดว่า การขอความเห็นจากผู้เข้าอบรม เป็นวิธีการหนึ่งที่ท่านทำได้ครับ
พวกเราจะได้มีการสื่อสารกันสองทาง และการสื่อสารสองทางนั้น
อาจนำมาซึ่งความเห็นร่วม ที่นำไปสู่ความสำเร็จของการบุกเบิก CFP ในประเทศไทยในที่สุดครับ

%d bloggers like this: