วางแผนและเริ่มเตรียมตัวสอบ CFA Level 3 ตั้งแต่เนิ่นๆ
19 September 2010 9 Comments
สวัสดีครับ… ในช่วงสองเดือนมานี้ นอกจากผมจะอัดวิดีโอขึ้นบล๊อคแล้ว
ก็แทบไม่ได้อัพเดตบล๊อคด้วยวิธีการเขียนเลยนะครับ จะว่าไปก็เพราะพออัดวิดีโอแล้วผมก็ค่อนข้างจะติด
เพราะว่ากันตามตรง การเล่าเรื่องด้วยวิดีโอจะค่อนข้างง่ายกับผมมากกว่า โดยเฉพาะในแง่ของการเตรียมตัว
เพราะในการอัดวิดีโอ ผมแค่มีหัวข้อหรือ keyword หลักๆ ร่างไว้ แล้วก็พูด + เขียนไปสดๆ ได้เลย
การอัดวิดีโอจะมีข้อเสียอยู่บ้างก็คือ ไฟล์ที่จะใช้ upload ขึ้น youtube นั้นจะมีความยาวได้จำกัดแค่คลิปละ 15 นาที
ดังนั้น ผมต้องพยายามวางเนื้อหาที่จะพูดให้พอดีกับเวลาที่มี และหลายๆ ครั้ง พออัดเสร็จ ผมก็มักจะคิดขึ้นมาได้ว่า
อยากจะเพิ่มเนื้อหา ตรงนั้นบ้าง ตรงนี้บ้าง ซึ่งถ้าขยันหน่อย ก็ยอมเหนื่อยอัดใหม่อีกครั้ง
แต่หลายๆ ครั้ง ถ้าไม่สำคัญจริงๆ ก็มักจะต้องปล่อยผ่าน เพราะว่ามันเหนื่อยเหมือนกันที่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด
มาวันนี้มีโอกาส + รู้สึกอยากจะเขียนอีกครั้ง ก็จะขอคั่นเนื้อหาที่เป็นวิดีโอ กลับมาเป็นการเขียนซะหน่อยนะครับ
.
เข้าเรื่องการสอบ CFA Level 3
พูดถึงการสอบ CFA Level 3 ของผม ก็เป็นเวลาร่วม 2 เดือนแล้วเช่นกันครับ ที่ผมไม่ได้ทำอะไรเลย
ไม่น่าเชื่อว่า การสมัครสอบแต่เนิ่นๆ (ก่อนสอบจริงร่วมปี) มันก็มาพร้อมกับข้อเสียคือ “ความชะล่าใจ” + “ความขี้เกียจ“
จริงๆ แล้วผมตั้งใจจะเริ่ม Kick-off การอ่านแบบจริงๆ จังๆ มาสองรอบแล้ว คือ ต้นเดือน ส.ค. รอบนึง แล้วก็ต้นเดือน ก.ย. อีกรอบ
แต่ก็ล้มเหลวทั้งสองครั้ง ด้วยเหตุผลสารพัดที่ยกขึ้นมาอ้างกับตัวเอง…
แต่วันนี้ไม่ไหวแล้วครับ วันนี้ (19 ก.ย. 53) ผมขอประกาศกับตัวเอง และเพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่านบล๊อคทุกท่านว่า นับตั้งแต่วันนี้ไป
ผมจะเริ่มเตรียมตัวสอบ CFA Level 3 อย่างจริงจัง เพื่อที่จะสามารถสอบผ่านในเดือน มิ.ย. 54 ให้จงได้
ดังนั้น ผมจึงขอถือโอกาสนี้ แชร์สิ่งที่ผมได้เริ่มเตรียมตัวไปแล้ว ให้กับเพื่อนๆ ที่เข้ามาเยี่ยมชมบล๊อคทุกท่าน
เผื่อว่าจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์กับตัวเพื่อนๆ เอง ซึ่งผมคิดว่าอาจจะไม่ใช่แค่ประยุกต์ใช้กับการสอบ CFA ได้
แต่น่าจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการสอบ หรือการเตรียมตัวในเรื่องอื่นๆ ได้เช่นกันครับ
.
ปัจจัยที่จะทำให้สอบผ่าน
สำหรับผม ในการสอบ CFA ทุกระดับ ผมถือว่า “ทัศนคติและความมุ่งมั่นตั้งใจ” เป็นสิ่งที่สำคัญกว่าเรื่องอื่นๆ
เพราะจากที่สอบมา 2 Level ผมเชื่อว่า เนื้อหาที่สอบนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ยากเกินจะเรียนรู้
เวลาที่ได้คุยกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่สอบ CFA ด้วยกัน ผมพบว่ามันเป็นเพราะทัศนคติและความมุ่งมั่นตั้งใจต่างหาก
ที่เป็นปัจจัยกำหนดว่าเราจะสอบผ่านหรือไม่
หลายๆ คนที่ผมได้คุยด้วย ส่วนใหญ่จะรู้สึกไม่มั่นใจบ้าง มีทัศนคติที่ไม่ค่อยดีกับการสอบบ้าง
หรือเลวร้ายไปกว่านั้น คือมีทัศนคติที่ไม่ดีกับตัวเองและการเตรียมตัวของตัวเอง ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีนัก…
เพราะเมื่อตัวเราเอง ไม่เชื่อในฝีมือและความสามารถของตัวเอง จิตใต้สำนึกก็จะทำงานอยู่ลับๆ
และคอยผลักดันให้เรามุ่งไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง กลายเป็นความท้อถอย เป็นความไม่ต่อเนื่อง จนกลายเป็นความสิ้นหวังและไม่มั่นใจ
วิธีการสร้างทัศนคติและความมุ่งมั่นตั้งใจที่ผมใช้กับตัวเองก็คือ “การถามคำถาม” กับตัวเอง
ว่าสิ่งที่กำลังจะทำนั้นมีความสำคัญหรือไม่ ? สิ่งนั้นจะสร้างคุณค่าให้ชีวิตหรือไม่ ? สิ่งนั้นจะทำให้เราเดินทางเข้าใกล้เป้าหมายได้เร็วขึ้นหรือไม่ ?
สิ่งนั้นช่วยให้เราเติมเต็มความฝันได้หรือไม่ ? สิ่งนั้นเป็นประโยชน์ต่อเราและคนที่รักเราหรือไม่ ? ฯลฯ
ถ้าคำตอบของทุกคำถามข้างต้นนั้นคือคำว่า “ใช่” แสดงว่าเป้าหมายนั้นมันเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องตั้งใจทำให้สำเร็จ…
ทุกๆ ครั้งที่ตอบว่า “ใช่” ผมจะรู้สึกถึงพลังเชิงบวก และความมุ่งมั่นตั้งใจที่เพิ่มขึ้น
และเมื่อเน้นย้ำกับตัวเองบ่อยๆ เข้า มันก็กลายเป็นพลังใจ ผลักดันให้เราทำสิ่งต่างๆ เพื่อที่จะมุ่งไปยังเป้าหมายนั้น
และถ้า “ความคิดที่ถูกต้อง” ผนวกรวมเข้ากับ “การกระทำที่ถูกต้อง” ด้วยแล้ว เราจะรู้สึกมั่นใจขึ้นทุกขณะ
ความรู้สึกมั่นใจนั่นล่ะ จะทำให้เราทำสิ่งนั้นได้สำเร็จจริงๆ (ซึ่งในที่นี้ก็คือการสอบ CFA)
เมื่อถึงจุดหนึ่งที่เราเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวเอง และในเป้าหมายที่จะทำแล้ว
มันคงไม่แปลกที่เมื่อมีใครมาถามเราว่า “เรามั่นใจแค่ไหนว่าจะสอบผ่าน ?”
แล้วเราจะตอบออกไปได้อย่างเต็มปากว่า “มั่นใจสุดๆ” …
ถ้ามาถึงจุดนี้เมื่อไหร่ ผมเชื่ออย่างยิ่งครับว่า เรากำลังเข้าใกล้เป้าหมายมากกว่าที่คิด
.
วางแผนเรื่องเวลาให้ดี ถ้าเวลาไม่พอ อย่าสมัครสอบ!
เมื่อสร้างทัศนคติที่ถูกต้องได้แล้ว ขั้นต่อไปคือการเริ่มก้าวเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง คือลงมือวางแผนอย่างมีเหตุมีผล
อย่างที่ผมบอกไปข้างต้นว่า ความคิดที่ถูกต้อง ต้องมีการกระทำที่ถูกต้องควบคู่ไปด้วย
การ “มีใจ” หรือ “มีไฟ” เพียงอย่างเดียว ไม่ได้ทำให้เราสอบผ่านครับ ต้องดูปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ด้วย
และปัจจัยที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุดสำหรับการเตรียมตัวสอบ CFA ก็คือ “เวลา” ซึ่งในที่นี้ผมหมายถึง
“เวลาว่างที่เราจะยอมสละเพื่อมาใช้เตรียมตัวสอบได้จริงๆ” และผมขอเน้นคำว่า “สละ” นะครับ
เพราะโดยปกติ ถ้าไม่สอบ CFA เราก็จะมีกิจกรรมอย่างอื่นทำอยู่แล้ว
และผมพนันได้ว่า กิจกรรมอย่างอื่นนั้นสนุกกว่าการเตรียมตัวสอบ CFA แน่ๆ ดังนั้นในการวางแผนเรื่องเวลา
ควรจะต้องดูจริงๆ ว่าเราจะสละเวลามาได้มากแค่ไหน ที่สำคัญคือ ต่อเนื่องแค่ไหนด้วย
(ขอกระซิบบอกนิดหน่อยว่า ช่วงเวลาในการเตรียมตัวสอบนั้น มันอาจจะทรมานบ้างนะครับ
สำหรับผมตอนสอบ Level 2 นั้น ผมแทบจะตัดขาดตัวเองออกจากสังคมเลยทีเดียว
อะไรที่อยากทำก็ไม่ได้ทำ อยากไปกินอะไรก็ไม่ได้ไป… ไม่รู้ว่าทรมานตัวเองเกินไปรึเปล่า
แต่ผมเชื่อว่า ผมไม่ได้รู้สึกแบบนี้อยู่แค่คนเดียวครับ)
โดยปกติในการเตรียมตัวสอบ CFA นั้น ผู้ที่สอบผ่านจะใช้เวลาในการเตรียมตัวสอบตั้งแต่ 250 ถึง 300 ชั่วโมง
ซึ่งตัวเลขนี้สำคัญจริงๆ ครับ ไม่อยากให้คิดว่า “เค้าแค่ตั้งขึ้นมาขู่เฉยๆ” แล้วก็ไม่อยากให้คิดด้วยว่า
“พื้นฐานดีอย่างเรา น่าจะใช้เวลาน้อยกว่านั้นได้” เพราะสุดท้ายเมื่ออ่านไป เราจะต้องไปเจอเรื่องที่ยากเข้าสักเรื่อง
และอาจจะต้องเสียเวลากับมันมากกว่าที่คิด
การวางแผนด้านเวลา ผมอยากให้เราวางแผนกันแบบ conservative ที่สุด คือมองในแง่ร้ายไว้ก่อนว่า
ถ้าเผื่อเรางานยุ่ง ถ้าเผื่อแฟนเราไม่เข้าใจ ถ้าเผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันอะไรก็ตาม เราจะมีเวลาขนาดไหน
ถ้าคิดเผื่อเรื่องร้ายๆ แล้ว ยังมีเวลาพอ 250-300 ชั่วโมง ผมก็คิดว่าโอเคที่เราจะสมัครสอบได้
และการวางแผนแบบระมัดระวังไว้ก่อน มันจะช่วยเราได้มาก ถ้าเผื่อบังเอิญว่า เราเตรียมตัวได้ดีกว่าที่คิด
เพราะนั่นหมายถึง เราจะมีเวลาให้ฝึกฝนมากขึ้น + เราจะเครียดน้อยลง
และจากประสบการณ์ (ที่ไม่เยอะเท่าไหร่ของผม) ผมรู้สึกว่า เวลาเราวางแผนไว้แบบเป็นระบบและระมัดระวัง
สิ่งที่เราทำได้จริง มักจะทำได้ดีกว่าแผนเสมอ… และเราก็จะ happy ทุกครั้ง ที่ทำได้เช่นนั้น
สำหรับผมนั้น ในการสอบครั้งนี้นั้น ผมเชื่อว่าผมจะมีเวลาที่เพียงพอ เพราะถ้านับวันนี้เป็นวันเริ่มต้นแล้ว
ผมจะยังมีเวลาเหลือให้เตรียมตัวอีกประมาณ 260 วัน ซึ่งผมได้แบ่งการเตรียมตัวออกเป็นสองช่วง
ตามตารางต่อไปนี้…
ช่วงแรกของการเตรียมตัวจะนับตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงสิ้นเดือน ม.ค. 54 ซึ่งเป็นช่วงที่ผมจะค่อยๆ อ่านไปแบบไม่เร่งรีบนัก
เพราะแม้อยากจะรีบ ผมก็พยายามคิดถึงความเป็นจริงว่า “ไฟยังไม่ลนก้น” ถ้าตั้งเป้าไว้สูง ไม่น่าจะทำได้
จากตาราง ในวันทำงาน ผมจะแบ่งเวลามาอ่าน CFA วันละประมาณครึ่งชั่วโมง และวันหยุดเสาร์-อาทิตย์อ่านวันละ 2 ชั่วโมง
ซึ่งผมคิดว่าเป็นตารางที่เบาๆ น่าจะพอทำได้ต่อเนื่อง
ในช่วงที่สองคือตั้งแต่เดือน ก.พ. ไปจนถึง พ.ค. หรือก่อนสอบ ผมก็ค่อยเพิ่มความเข้มข้นขึ้นมา
คืออ่านมากขึ้นกว่าเดิมเป็น 2 เท่า (วันทำงานอ่านวันละ 1 ชม. วันหยุดอ่านวันละ 4 ชม.)
ซึ่งถ้าผมทำได้ตามที่วางแผนไว้ทั้งหมด ผมน่าจะสามารถใช้เวลาให้กับการเตรียมตัวสอบ CFA ได้ถึง 355 ชั่วโมง
และในกรณีฉุกเฉิน ผมก็คิดว่า น่าจะสามารถเพิ่มเวลาการอ่านได้อีกเล็กน้อย
.
เตรียมแนวทางปฏิบัติให้พร้อมและสอดคล้องกับความพอใจของตัวเอง
เมื่อทัศนคติพร้อม เวลาพร้อม ขั้นตอนต่อไปก็คือเรื่องของวิธีการครับ
ในส่วนนี้นั้น ผมคงจะเน้นพูดถึงวิธีการของผมเป็นหลัก เพราะแต่ละคนก็มีความถนัดและความพอใจที่ต่างกันออกไป
อย่างแค่เรื่องหนังสือ บางคนก็ไม่ยอมอ่าน Curriculum เอาซะเลย เพราะเห็นว่า Study Notes ทำได้กระชับกว่า
บางคนก็ไม่ยอมอ่าน Study Notes เพราะเห็นว่าเนื้อหาใน Curriculum ก็ครบดี ไม่อยากเปลืองตังค์ไปกับสื่ออื่นอีก
(แถม curriculum มีอะไรนอกเรื่อง ทำให้ได้รู้ความเป็นไปในประวัติศาสตร์การเงินโลกเยอะดีด้วย)
แนวทางในการเตรียมตัวของผมก็จะมีดังนี้ครับ
- เน้นศึกษาจาก CFA Curriculum เป็นหลัก (เพราะไม่มี Study Notes
และจากประสบการณ์ 2 Level ที่ผ่านมา ก็ผ่านมาได้โดยใช้ Curriculum เพียงอย่างเดียว)
. - ในช่วงแรก เน้นศึกษาหัวข้อที่ชอบก่อน เพราะไฟยังไม่ลนก้น จึงอยากเริ่มอ่านจากสิ่งที่สนใจ
เพราะน่าจะทำให้มีกำลังใจอ่านได้มากกว่าการบังคับตัวเอง ให้อ่านหัวข้อที่ไม่ค่อยชอบ
(ไว้ไฟล้นก้นแล้วค่อยอ่านหัวข้อยากๆ ที่ไม่ชอบ)
. - พยายามอ่านทุก Reading ให้ได้อย่างน้อย 2 รอบ
โดยแต่ละรอบให้ห่างกันเล็กน้อย เพื่อให้เกิดประโยชน์จากการทำซ้ำ (repetition)
(ถ้าสองรอบอ่านในเวลาใกล้กันมาก จะไม่ค่อยได้ประโยชน์ครับ ต้องปล่อยให้ลืมๆ ไปก่อนเล็กน้อย)
. - ถ้า Reading ไหนมีโจทย์ ต้องพยายามทำโจทย์ให้ครบ และทำอย่างเข้าใจ ไม่ใช่ทำเร็วเน้นเอาเสร็จเป็นพอ
. - ทำ Summary Note ทุก Reading ตั้งแต่ครั้งแรกที่อ่าน
(ตอนสอบ Level 2 เพิ่งจะมาทำทีหลัง แล้วใช้ประโยชน์ได้เยอะ ครั้งนี้ เลยคิดว่าควรจะทำตั้งแต่ครั้งแรกเลย)
. - ก่อนสอบครึ่งเดือนจะต้องทำสิ่งเหล่านี้- อ่าน Summary Note ทั้งหมดของตัวเอง
- ทำ Mock Exam (ข้อสอบจำลองเหมือนจริง ที่ CFA Institute มีให้)
- ตะลุยโจทย์ข้อที่เคยผิด ทั้งใน Curriculum และใน Mock Exam
.
และนั่นก็เป็นวิธีการคร่าวๆ ที่ผมวางแผนไว้ว่าจะทำ (จริงๆ ได้ทดลองทำไปแล้วบ้างครับ คิดว่าโอเคเลยทีเดียว)
สำหรับ Summary Note ของตัวเอง ผม recommend ว่าควรทำมากๆ เลยครับ
ใช้ทบทวนและไว้อ่านก่อนสอบได้ดีมั๊กๆ
.
หมั่นประเมินความคืบหน้าของตัวเองเสมอ
เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือ เมื่อเรามีวิธีการที่ดีแล้ว เราต้องหมั่นประเมินความก้าวหน้าของตัวเองอยู่เสมอด้วย
เพราะเมื่อเราเตรียมตัวไปสักพัก อาจจะเกิดอาการเคว้งๆ สับสนว่าเราเดินทางไปถึงไหนแล้ว ?
ยังอ่อนหัวข้อไหนอยู่ ? จะเตรียมตัวทันหรือไม่ ? อะไรบ้างที่วางแผนว่าจะทำแล้วยังไม่ได้ทำ ?
หรือแม้กระทั่งจะทิ้งหัวข้อไหนดี ?
สิ่งที่ผมกำลังพูดถึงมันเป็นส่วนหนึ่งของการให้ Feedback กับตัวเอง ซึ่งผมได้เคยเขียนไว้ในโพสที่ชื่อว่า “เครื่องมือสร้างวินัยของผม“
การที่เรารู้จักตัวเอง เห็นความก้าวหน้าของตัวเอง จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เรามีแรงที่จะทำสิ่งนั้นต่อไป
เพราะอย่างน้อยก็เห็นกับตาตัวเองแล้ว ว่าที่ผ่านมา เรากำลังทำได้ดีขึ้น
ตารางข้างต้นนี้ เป็นตารางง่ายๆ ที่ผมทำขึ้นมาเพื่อใช้ประเมินความคืบหน้าของตัวเอง ในการเตรียมตัวสอบ CFA ในทุกๆ ครั้ง
สำหรับผมแล้ว ตารางนี้ เป็นตารางที่ทำให้ผมได้เห็นภาพใหญ่ ในการเตรียมสอบ CFA ของผม
ผมไม่รู้จะอธิบายให้ convincing ยังไง แต่ตารางแบบนี้ล่ะ ที่ทำให้ผมสามารถทำหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่าง ได้ต่อเนื่อง
หัวใจหลักของมันคือการเป็นเครื่องมือในการสร้างความ “ต่อเนื่อง” ให้กับกิจกรรมที่ผมใส่ใจ
ทุกๆ วันที่ผมทำอะไรแล้วมีตารางแบบนี้กำกับอยู่ ผมจะรู้สึกตื่นเต้นเล็กๆ เวลาที่ได้ update มัน
เวลาที่ได้เห็นว่า “เฮ้ย เรามาใกล้เป้าหมายอีกขั้นนึงแล้วนะ” บางทีก็มองมันเป็นเหมือนเกมส์
ที่ผมต้องเติมช่องว่างทั้งหมดให้เต็มให้ได้… ซึ่งผมว่ามันก็เป็นวิธีการผลักดันตัวเองที่ดี ที่อยากให้ลองใช้กันดูนะครับ
ขออธิบายนิดหน่อยก็แล้วกันนะครับ ก่อนอื่น อยากให้กดที่รูปเพื่อขยายตารางขึ้นมาก่อนนะครับ
ตารางนี้ผมออกแบบให้มันสอดคล้อง (align) กับกลยุทธ์ (strategy) ในการเตรียมตัวสอบของผม
จะเห็นว่ามีคอลัมน์ต่างๆ ดังนี้
- % Complete ซึ่งหมายถึงว่า ผมได้อ่าน Reading ทั้งหมดไปมากแค่ไหนแล้ว
. - % Understanding ซึ่งเป็นช่องที่ผมเอาไว้ประเมินตัวเองว่า ผมมีความเข้าใจในเรื่องนั้น
มากแค่ไหนแล้ว ซึ่งผมคิดว่า ถ้าผมเข้าใจได้ 80% ขึ้นไป ก็น่าจะมีโอกาสสูงที่จะสอบผ่าน
. - Summary Note เป็นช่องที่เอาไว้เช็คว่า ผมได้ทำ Note สรุปไว้อ่านรึยัง ถ้าทำแล้วก็จะเขียนว่า OK ครับ
. - Date Complete #1 และ #2 เป็นช่องเอาไว้ลงวันที่ที่ผมอ่านหัวข้อนั้นจบครับ
ที่ทำไว้สองช่องก็เพราะตั้งใจจะอ่านให้ได้อย่างน้อย Reading ละ 2 รอบ
.
นอกจากนั้นในแถวล่างสุด ก็จะมีตัวเลขสรุปความคืบหน้าในด้านต่างๆ ไว้ด้วยครับ
หน้าที่ของผม ก็ไม่มีอะไรมากครับ แต่เติมข้อความลงในช่องว่างให้ครบทุกช่อง และช่องที่เป็นตัวเลขต้องได้ 80% ขึ้นไป
แต่ละวันผมก็ค่อยๆ เติมไป ผมเชื่อว่าเผลอแว๊บเดียว ก็มีสิทธิ์เต็มได้ครับ
ซึ่งถ้าเติมช่องว่างจนเต็มแล้วยังสอบไม่ผ่านเนี่ย ก็ถือซะว่าเป็นเหตุสุดวิสัยได้เลยครับ ต้องอย่าลืมว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ
แต่ผมเชื่ออย่างแรงกล้านะครับ ว่าธรรมชาติมีรางวัลให้กับความมุ่งมั่นตั้งใจเสมอ ^_^



