ประชาสัมพันธ์ ทุนสอบ CFA ประจำปี 2010-2011 (สอบเดือน June 2011)

มาแล้วนะครับสำหรับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่รอสมัครทุนสอบ CFA ประจำปี 2010-2011 อยู่
สามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดและขั้นตอนการสมัครทุนได้แล้วที่เว็บไซต์ของสมาคม สมาคม ซีเอฟเอ ไทยแลนด์
โดยกดไปที่หน้า “Scholarship Info” หรือคลิ๊กที่ ลิ้งค์นี้ โดยตรงครับ
โดยทุนนี้จะเป็นทุนที่ให้สำหรับการสอบ CFA ในระดับใดก็ได้ ในรอบการสอบเดือน June 2011

สำหรับกติกาคร่าวๆ ของการให้ทุนสอบ CFA ในปีนี้ก็มีกติกาที่เหมือนกับในทุกๆ ปีนะครับ
(ผมเคยเขียนถึง รายละเอียดการสมัครทุนของปีที่แล้ว และ บรรยากาศในวันสัมภาษณ์ ไว้ สามารถเข้าไปอ่านดูได้นะครับ)
โดยคุณสมบัติหลักๆ ของผู้สมัครนั้น ต้องเป็นผู้ที่เรียนจบระดับปริญญาตรีและอาศัยอยู่ในประเทศไทย
หรือถ้ายังเรียนไม่จบ ก็ต้องมีกำหนดจะจบภายในสิ้นปี 2011

โดยทุนที่ทางสมาคมฯ จะให้ได้นั้นจะให้กับผู้รับทุนได้สูงสุด 10 ทุนด้วยกันครับ
ทุนที่ได้รับนั้น จะครอบคลุมในส่วนของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ยกเว้นค่าใช้จ่ายในส่วนของ Curriculum
ซึ่งทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกจะรับ Curriculum แบบไหน
ถ้ารับเป็นแบบรูปเล่มอย่างเดียว ก็ต้องจ่ายเอง $245 (ประมาณ 7,500 บาท) หรือถ้าเลือกเป็นทั้ง
แบบรูปเล่มและ E-Book ก็ต้องจ่ายเอง $275 (ประมาณ 8,500 บาท) ครับ

สำหรับขั้นตอนในการสมัครทุนนั้น สามารถศึกษาจาก ประกาศอย่างเป็นทางการ ได้ในเว็บไซต์ของสมาคมฯ นะครับ
การสมัครทุนนี้นั้น มี Deadline คือวันที่ 15 พ.ย. 2553 นะครับ ซึ่งนับจากปัจจุบันยังมีเวลาอีกพอสมควรเลย
สำหรับผู้ที่ตั้งใจจะสอบอยู่แล้ว ผมก็อยากจะชวนให้ลองสมัครดูนะครับ

ปล. สำหรับผู้ที่สมัครสอบและชำระเงินไปแล้ว ก็สามารถขอทุนได้เช่นกันนะครับ
ในกรณีที่ได้รับทุน ก็จะได้รับเงินคืนในรูปแบบของเงิน Refund ทีหลัง

ผลสอบ CFA เดือน Dec 2009 ประกาศแล้วครับ ลุ้นสุดๆ จนเว็บล่มเลยทีเดียว

และแล้วก็มาถึงวันที่รอคอยครับ เมื่อวานนี้ (27 ม.ค. 53)
เป็นวันที่ผลสอบ CFA Level 1 รอบที่จัดสอบไปเมื่อเดือน ธันวาคมปี 52 ถูกประกาศออกมา
แม้ว่าทาง CFA Institute จะระบุไว้ว่า ผลสอบนั้นจะไม่ถูกประกาศก่อน 9.00AM Eastern Time
(ซึ่งก็คือประมาณ สามทุ่ม ของวันที่ 27 ตามเวลาบ้านเรา)
แต่ผมเองก็เข้าเว็บลุ้นผล ตั้งแต่เช้าของวันที่ 27 เลย แล้วก็คอยลุ้นเป็นระยะตอนกลางวัน
แต่เวลาที่ทางฝรั่งเค้ากำหนด เค้าเป๊ะๆ จริงครับๆ คือถ้าไม่ถึงเวลาที่กำหนดไว้
เค้าก็จะไม่ประกาศออกมา ไม่ค่อยเหมือนกับบ้านเรา ที่ถ้าทำเสร็จ ก็อาจจะประกาศก่อน
ให้คนที่เข้ามาลุ้นกลุ่มแรกๆ ดีใจเล่น ซึ่งส่วนตัวแล้ว ผมชอบแบบบ้านเรานะครับ
มีสีสัน และได้ลุ้นดี

ผมหาอะไรทำฆ่าเวลาเล่น เพื่อรอให้ถึงเวลาที่เค้ากำหนด รู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้าเหลือเกิน
แต่พอถึงเวลา ปรากฏว่า เข้าเว็บไม่ได้เลยครับ สงสัยว่าคนจะเข้าไปลุ้นผลมากในเวลาเดียวกัน
จนเว็บ CFA ล่มไปเลย ลองคิดดูก็แล้วกันครับ การสอบรอบ Dec 09 มีผู้เข้าสอบประมาณ 44,000 คน
และผมเชื่อว่าเกือบทุกคน ก็รอคอยที่จะลุ้นผลสอบครั้งนี้ ก็ไม่แปลกที่เว็บจะล่ม

ผมรอจนเกือบจะเที่ยงคืน ถึงสามารถเข้าเว็บได้ แต่ก่อนที่จะ login เข้าไป
ก็เริ่มเห็นสถิติที่ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ ว่าตัวเองจะผ่านการสอบครั้งนี้รึเปล่า
นั่นก็คือ หน้าเว็บของ CFA จะโชว์ Pass Rate ว่า คนที่สอบในรอบนี้นัด ผ่านกันทั้งหมดกี่เปอร์เซ็นต์
ซึ่ง Pass Rate ของการสอบรอบ Dec 2009 นั้นเท่ากับ 34% ซึ่งถือว่าเป็นอัตราการสอบผ่าน
ที่ต่ำพอสมควรเมื่อเทียบกับสถิติในอดีต (ลองดูสถิติ Pass Rate ของปีต่างๆ ได้ ที่นี่ ครับ)

ผลสอบของผม

แต่พอ login เข้าไปได้ ก็ต้องโล่งใจ + ดีใจสุดๆ แบบว่า เป็นความรู้สึกที่บรรยายได้ยากนะครับ
ที่ได้รู้ว่าตัวเองผ่านการสอบ CFA Level 1 มาได้ด้วยดี
รู้สึกภูมิใจในตัวเองขึ้นมาทันที
ที่ในช่วงก่อนสอบ และวันสอบนั้น เราได้เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี และก็ได้รับรางวัลตอบแทน
ด้วยความสำเร็จในวันนี้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญ ต่อการก้าวหน้าในอาชีพในอนาคต
ในฐานะมืออาชีพด้านการเงินการลงทุน

เมื่อ login เข้าไปในหน้าประกาศผล เราจะเจอหน้าจอลักษณะแบบนี้ครับ

CFA Result Screen Shot.
โดย ผลสอบจะบอกว่าเรา Pass หรือ Fail และจะไม่มีคะแนนแบบ exact score ให้เราดู
แต่เราสามารถรู้คะแนนได้คร่าวๆ โดยในผลสอบจะระบุว่า ในแต่ละหัวข้อวิชานั้น
เราได้คะแนนอยู่ในช่วงไหน โดยแบ่งเป็น น้อยกว่า 50%, 51%-70% และ สูงกว่า 70%

และเท่าที่ผมทราบคือ หากเราสอบไม่ผ่าน จะมีข้อมูลแสดงด้วยว่า
ที่เราสอบไม่ผ่านนั้น เราอยู่ใน band ไหน โดยหากใครได้ band สูง
เช่น band 10 (ซึ่งเป็น band สูงสุด) ก็หมายความว่า อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น
ก็จะผ่านการสอบ ซึ่งก็เป็นข้อมูลที่ ผู้สอบสามารถเอาไปใช้ประเมินตนเองได้
ว่าหากต้องการสอบอีกครั้ง จะต้องทุ่มเท และพยายามมากขึ้นกว่าเดิมมากเพียงใด
.

ผลการสอบสัมภาษณ์ทุน CFA Scholarship ประจำปี 2009-2010

เรื่องที่ถือเป็นข่าวดีอีกเรื่องสำหรับผม ก็คือจากการที่ผมได้สมัครขอทุนสอบ CFA ใน Level 2 ไป
ตามรายละเอียดใน โพสนี้ ซึ่งตอนนี้ผลการสอบสัมภาษณ์ก็ได้ประกาศออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ
ข่าวดีก็คือ ผมได้รับทุนในการสอบ CFA Level 2 ที่จะสอบในเดือน June 2010 นี้
โดยจะเสียเฉพาะค่าใช้จ่ายค่า curriculum มูลค่า $225 เท่านั้น
ซึ่งผมต้องขอขอบคุณทาง สมาคม ซีเอฟเอ ไทยแลนด์ มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
เมื่อได้รับทุนแล้ว ผมก็จะตั้งใจสอบใน Level 2 ให้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้เงินก้อนนี้เสียเปล่า

ความจริงแล้ว ผลสอบ CFA Level 1 ในครั้งนี้ ผมต้องลุ้นมากกว่าปกติครับ
เพราะว่า ผลของทุนสอบ CFA Level 2 นั้น ประกาศออกมาก่อนหน้า ที่ผลสอบ Level 1 จะออกมา
ซึ่งทาง สมาคม ซีเอฟเอ ไทยแลนด์ ตั้งเงื่อนไขกับผมว่า ผมจะได้รับทุนสอบ Lv 2 ก็ต่อเมื่อ
ผลสอบใน Level 1 ต้องผ่านก่อน นี่จึงเป็นเหตุผล ที่ทำให้ผมลุ้นมากกว่าปกติ
.

แผนการในอนาคตเกี่ยวกับการสอบ CFA

เมื่อสอบผ่าน Level 1 และได้ทุนสอบ Level 2 แล้ว ผมก็จะต้องทำการสมัครสอบรอบ June 2010
ภายในเวลาที่กำหนดครับ ผมเองตั้งความหวังไว้ว่า อยากจะสอบผ่านให้ครบทั้ง 3 ระดับ
ในเวลาที่เร็วที่สุด ตามกำลังของตัวเองที่จะทำไหว แต่ก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายครับ

โดยหากผมสอบ Level 2 ในเดือน June 2010 ผ่าน
ผมก็จะสามารถสอบ Level 3 ในเดือน June 2011 ได้อย่างต่อเนื่อง
แต่เท่าที่ทราบมา เนื้อหาที่ใช้สอบนั้น จะยากขึ้นๆ เรื่อยๆ ในแต่ละ level
ต้องกล่าวได้ว่า คนที่สอบผ่านจนถึงระดับ 3 ได้นั้น ไม่มีใครผ่านไปด้วยความฟลุ๊คแน่ๆ ครับ
การใส่ใจ ความมุมานะ ความทุ่มเท ความพยายาม การวางแผนและการจัดการที่ดี
เหล่านี้ เป็นปัจจัยที่สำคัญที่ผมเชื่อว่า CFA Charter Holder ทุกคน ต้องมี

ตอนนี้ผมเองก็มีภาระ คืองานประจำแล้ว การเตรียมตัวคงไม่ง่ายเหมือนอย่างตอนที่สอบ Lv 1
ซึ่งตอนนั้น ผมเป็นคนว่างงานคนนึง หากอ้างตามคำแนะนำของทาง CFA Institute
ที่แนะนำว่า ผู้เข้าสอบ จะต้องมีเวลาเตรียมตัวอย่างน้อย 250 ชั่วโมง
หากนับเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ โดยอ่านวันละ 4 ชั่วโมง ก็จะต้องใช้เวลาทั้งสิ้น
ร่วมๆ 6 เดือน จึงจะเตรียมตัวทัน ซึ่งจะเห็นว่า ถ้าผมอ่านด้วย rate นี้คงไม่ทันแน่ๆ ครับ
ดังนั้น ผมคงต้องจัดสรรเวลาใหม่ โดยอาจจะต้องเพิ่มชั่วโมงการอ่านมากขึ้น
หรือไม่ก็ต้องแบ่งเวลาในวันทำงาน ส่วนนึง มาทุ่มเทให้กับการสอบใน level 2 นี้
.

ฝากถึงผู้ร่วมเส้นทางการสอบ CFA ด้วยกันกับผม

สำหรับผู้ที่สอบผ่าน : ผมขอแสดงความยินดีด้วย จากใจจริงครับ
ขอแสดงความยินดี ที่ผลแห่งความทุ่มเท ความพยายาม นำคุณมาถึงจุดนี้
และอยากขอชวนให้สู้ต่อไปด้วยกัน จนครบทั้ง 3 ระดับ
จะได้ออกไปทำประโยชน์ให้ตัวเอง ให้อุตสาหกรรมฯ ให้ประเทศชาติต่อไป

สำหรับผู้ที่สอบไม่ผ่าน : ก็ขอให้ลองคิดใคร่ครวญดูนะครับ ว่าเราพลาดอะไรไป
ความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติ ที่มาคู่กับความสำเร็จ เพียงแต่ครั้งนี้
เราอาจจะได้เจอความผิดหวังก่อน ซึ่งความผิดหวังนี่แหละ ถ้าเรารู้จักใช้ประโยชน์จากมัน
เราก็อาจจะสามารถพลิกตัวเอง ไปสู่อีกเส้นทางนึงที่ดีขึ้นได้เลย

ผมขอยกคำพูดของคุณ ฐิตินาถ ณ พัทลุง ผู้เขียนหนังสือ เข็มทิศชีวิต ทั้ง 3 เล่ม มาเล่าให้ฟังนะครับ
ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะร้ายหรือดี ล้วนเกิดขึ้นเพื่อส่งชีวิตเราไปอยู่ในจุดที่ดีที่สุดเสมอ
ถ้าเราคิดได้ว่าความผิดพลาดที่เราเจอ คือจุดที่ดีสุด ที่จะเรียนรู้ที่จะยอมรับมัน
และแก้ไขข้อผิดพลาดนั้น ในครั้งต่อๆ ไป เราก็จะไม่ต้องมาเจอกับข้อผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีกครับ

สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนจะสอบ : ก็ขอให้ตั้งใจให้ดีกับการสอบครับ
ต้องบอกก่อนว่า การสอบ CFA คงไม่ใช่เรื่องที่ว่า เราจะมาสอบกันเล่นๆ
หรือคิดว่าลองดู ได้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่เป็นเรื่องที่ควรจริงจังและเห็นว่าเป็นสิ่งสำคัญ
เมื่อตัดสินใจจะสอบแล้ว ก็ควรจะตั้งใจ ทุ่มเท มุมานะ ที่จะสอบให้ผ่านให้ได้
เมื่อเลือกที่จะสอบ ก็แสดงว่า คุณมีความตั้งใจพอสมควร ที่จะใช้ชีวิตในวิชาชีพนี้
ก็ขอให้มองไกลๆ นะครับ มองให้เห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เมื่อเราสอบผ่าน
อย่างน้อย ผมกล้าบอกได้ว่า การสอบผ่าน CFA ไม่ว่าระดับใด ก็ทำให้เราได้เปรียบขึ้น
เมื่อต้องไปสมัครงาน ในสายงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากเรื่องที่จะได้เปรียบคนอื่นๆ แล้ว
เราเองก็จะได้เพิ่มพูนองค์ความรู้อย่างเพียงพอ ต่อการไปปฏิบัติงานในสายงานด้วย

เร็วๆ นี้ผมวางแผนไว้ว่า จะเขียนแนวทาง หรือจะเรียกว่าเป็น
กลยุทธ์ในการเตรียมตัวสอบ CFA ซึ่งเป็นวิธีการที่ผมใช้จริงๆ ในการสอบ CFA Level 1 จนผ่าน
ซึ่งผมคิดว่า น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังเตรียมตัวสอบ ไม่มากก็น้อย
ยังไงก็สามารถติดตามความคืบหน้าได้เรื่อยๆ ในบล๊อคแห่งนี้นะครับ
สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ… ^_^

สัมภาษณ์ทุน CFA Scholarship ปี 2009-2010

จากที่ผมได้เคยประชาสัมพันธ์ไปใน โพสนี้ เกี่ยวกับเรื่องทุนสอบ CFA ประจำปี 2009-2010
เช้าวันนี้ (17 ม.ค. 53) ผมเพิ่งจะไปสัมภาษณ์ทุนนี้มา เลยอยากจะเล่าให้ฟัง
ว่าการสัมภาษณ์มีขั้นตอนและมีรายละเอียดยังไงบ้างนะครับ
เผื่อว่าในปีต่อๆ ไป เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ท่านใดสนใจที่จะลองขอทุนนี้ดู
เพราะอย่างที่ได้บอกไปในโพสเก่าแล้วว่า ทุนนี้เป็นทุนให้เปล่านะครับ ไม่ได้ผูกมัดอะไร

ขั้นตอนในการสมัครทุน

ก่อนอื่นขอเล่าขั้นตอนคร่าวๆ ในการที่จะได้รับโอกาสสัมภาษณ์ทุนในครั้งนี้ก่อนนะครับ
หลังจากที่ผมได้เห็นประกาศเรื่องทุน ก็จัดการเข้าไปที่เว็บของ สมาคม ซีเอฟเอ ไทยแลนด์
เพื่อดำเนินการสมัครขอรับทุน

ในขั้นแรกนั้น เราต้องทำการ ขอรับใบสมัคร ก่อน โดยดำเนินตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในเว็บไซต์
จากนั้น ภายใน 1 สัปดาห์ เราก็จะได้รับ Application Form รวมทั้งรายละเอียด
เกี่ยวกับเอกสารที่ต้องจัดส่งทางอีเมล์ โดยสิ่งที่ผู้สมัครต้องจัดส่งให้กับทางสมาคมฯ ได้แก่

  • ใบสมัครทุน ที่กรอกครบถ้วนแล้ว – พร้อมตอบคำถาม Essay สั้นๆ 4 ข้อ
  • Resume – ความยาวไม่เกิน 2 หน้า
  • Transcript ของปริญญาใบสุดท้าย – ความยาวไม่เกิน 2 หน้า

สิ่งที่สามารถส่งได้เพิ่มเติม (แต่ไม่บังคับ) ก็คือ Letter of Recommedation (ซึ่งผมไม่ได้ส่งครับ)
เอกสารทั้งหมดนั้น มีข้อแม้คือ เมื่อส่งผ่านอีเมล์แล้ว ต้องมีขนาดรวมกันไม่เกิน 1 MB
ซึ่งก็ยากพอสมควรครับ เพราะเอกสารบางอย่างต้อง scan มา ทำให้มีขนาดใหญ่
ผมเองก็พยายามลดขนาดอยู่นาน กว่าจะสามารถทำตามข้อกำหนดได้

แม้จะยาก แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำครับ เพราะทางสมาคมฯ
น่าจะได้รับเอกสารสมัครทุนเป็นจำนวนมาก ถ้าทุกคนส่งเอกสารไปตามความพอใจของตนเอง
ผู้ที่เกี่ยวข้องก็คงต้องปวดหัวอยู่ไม่น้อย

Deadline ของการส่งเอกสารทั้งหมด คือวันที่ 30 ธ.ค. 2552
ซึ่งพอเราส่งเอกสารไปแล้ว จะมีทีมงานของทางสมาคม ตอบกลับมาหาเรา ว่าได้รับเอกสารเรียบร้อยแล้ว
ซึ่งผมคิดว่าเป็นอะไรที่น่ารักมากๆ เพราะเมล์ที่ตอบกลับมา ไม่ใช่เมล์อัตโนมัติ
แต่เป็นเมล์ที่ทีมงานต้องเขียนทีละฉบับๆ อ่านแล้วรู้สึกถึง human touch ได้เยอะเลยครับ

หลังจากส่งเอกสารเสร็จสิ้น หน้าที่ของเราก็คือรอครับ เพราะเฉพาะ short-listed candidates
หรือผู้สมัครจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่จะได้รับการแจ้งให้มาสอบสัมภาษณ์
กระบวนการตรงนี้นั้น ผมเองก็รอจนหมดหวังไปหลายรอบเหมือนกันครับ
แต่แล้ว วันที่ 13 ม.ค. 53 ผมก็ได้รับอีเมล์ฉบับสำคัญ ที่แจ้งว่า
เราได้รับการคัดเลือกให้เข้ารับการสอบสัมภาษณ์ ในวันที่ 17 ม.ค. 53 (ค่อนข้างเร็วทีเดียวครับ)

ต้องรีบทำตัวให้ว่างโดยด่วน แต่ทางสมาคมฯ ก็เลือกวันสัมภาษณ์ที่ดีมากๆ
คือเป็นวันอาทิตย์ ซึ่งทุกคนน่าจะไม่ต้องทำงาน

วันสอบสัมภาษณ์

ผมเองมีโอกาสเตรียมตัวพอสมควร ดังนั้นการสัมภาษณ์ในวันนี้จึงไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่ครับ
สิ่งที่สงสัยก็คือ จะสัมภาษณ์เป็นไทยหรืออังกฤษ ซึ่งผมสังหรณ์ว่าน่าจะเป็นอังกฤษ
เพราะการสอบ CFA เนี่ย มันเป็นการสอบแบบ Global จึงไม่ make sense เท่าไหร่
ถ้าจะสัมภาษณ์เป็นภาษาไทย
และแล้วก็เป็นจริงตามคาดครับ การสอบสัมภาษณ์วันนี้ ใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมด
สำหรับผม ผมก็คิดว่าแปลกๆ ดีครับ เมื่อคนไทยทั้งหมดในห้อง ต้องมาพูดกันด้วยภาษาอังกฤษ
(เหมือนกับที่การส่งอีเมล์ในบริษัทหาคนไทยด้วยกันเอง ก็ต้องส่งเป็นภาษาอังกฤษ รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง)

การสอบสัมภาษณ์ในวันนี้จัดสอบที่อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชั้น 11
เมื่อไปถึง ผมก็ไปรายงานตัว เซ็นต์ชื่อ และรับข้อสอบ Pre-screening สำหรับผู้ขอรับทุนมาทำ
ตอนนั้นตกใจมากครับ… รู้สึกเสียวสันหลังวาบ… ว่าความรู้ที่เพิ่งสอบ CFA ไป เอาคืนครูไปหมดแล้ว

สำหรับข้อสอบ Pre-screening ก็จะแตกต่างกันไป ตามแต่ละ level ของทุน ที่เราสมัคร
อย่างของผม สมัครทุน CFA Level 2 ก็จะได้ข้อสอบเป็น 2 ข้อใหญ่ ให้เวลาทำ 25 นาที
ข้อนึงเกี่ยวกับ Code of Ethics and Professional Standards ซึ่งผมพอจะทำได้ครับ
ส่วนอีกข้อเนี่ย ผมเองก็มึนเหมือนกัน จะเป็นคำถามเกี่ยวกับเรื่อง Competitive Forces
หรือรู้จักกันอีกชื่อว่า Porter’s 5-Force Model นั่นเองครับ เราจะได้อ่านบทความส่วนหนึ่ง
ที่ตัดออกมาจาก Annual Report ของบริษัทแห่งหนึ่ง คำถามคือ ให้เราระบุว่า
ประโยคไหนในบทความนั้น พูดถึง Competitive Forces แต่ละตัว และพูดถึงในเชิงบวกหรือลบ
ซึ่งที่ทำไปก็ไม่ค่อยจะมั่นใจเลยครับ ผมว่าถ้าผมจะตก ไม่ได้ทุนนี้ ก็เพราะข้อสอบนี่ล่ะ 555+

พอส่งข้อสอบได้สักพัก ก็ถึงคิวสัมภาษณ์ของผมครับ
เข้าไปในห้องสัมภาษณ์ จะมีคณะกรรมการสัมภาษณ์ทั้งสิ้น 5 คน ทั้งชายและหญิง
ซึ่งผมคิดว่า ทั้ง 5 คนเป็น CFA Charterholder ทั้งหมด

บางท่านผมไม่รู้จักมาก่อน บางท่านผมก็เคยเรียนหนังสือด้วย ตอนอบรม CFP
แต่เอาเป็นว่า การสัมภาษณ์ก็เป็นไปอย่างสนุกสนานครับ ไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก
เพราะผมสังเกตจากคนที่สัมภาษณ์ก่อนหน้าผม ก็มีเสียงหัวเราะดังมาก ออกมาจากห้อง
พอถึงรอบผมสัมภาษณ์ ก็หัวเราะกันอยู่ดี เรียกได้ว่า เป็นคณะกรรมการที่อารมณ์ดีกันมากๆ
เราคุยกันประมาณ 15-20 นาที ก็จบการสัมภาษณ์

วันนี้ผมได้เห็นประโยชน์จากการฝึกภาษาเพื่อเรียนต่อของผมอีกครั้งหนึ่ง
เพราะถ้าผมไม่ฝึกภาษาอังกฤษอย่างเข้มข้น เมื่อปีที่แล้ว วันนี้ผมคงจะมีปัญหาในการสื่อสารอย่างมาก
แม้สุดท้ายผมจะยังไม่ได้เรียนต่อในตอนนี้ แต่สิ่งที่เราทำ มันไม่สูญเปล่าจริงๆ ครับ
การสัมภาษณ์วันนี้ แม้จะมีติดขัด อาจจะไม่สามารถ express ตัวเองได้เต็มที่ เหมือนที่พูดในภาษาไทย
แต่วันนี้ ผมก็คิดว่า สามารถจะสื่อสาร main idea ออกมาได้ครบ
ยิ่งรู้สึกภูมิใจว่า เราไม่ต้องไปเรียนไกลถึงเมืองนอก ก็พอจะสื่อสารกับเค้าได้ นะเนี่ย
ดังนั้น สำหรับใครที่มีข้อจำกัดเรื่องภาษาอยู่ ผมอยากให้ลองตั้งใจฝึกดูนะครับ
จะลองฝึกตามวิธีของผมก็ได้ ลองกดอ่านดูในหน้า Articles นะครับ

โอกาสที่จะได้รับทุน
หลังจากสัมภาษณ์เสร็จ ผมก็ลองประเมินโอกาสที่ตัวเองจะได้รับทุนดู
ก็คิดว่าน่าจะมีโอกาสนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่ได้หวังมากนัก
ถ้าได้รับ ก็คงจะพยายามสอบให้ดีที่สุด ถ้าไม่ได้รับ ก็คงจะสมัครสอบอยู่ดี
และก็คงต้องพยายามสอบให้ดีที่สุดเหมือนเดิม อาจจะแย่กว่าหน่อย ตรงที่ต้องหาเงินมาจ่ายค่าสมัคร อิอิ

ถ้าว่ากันด้วยสถิติ จากข้อมูลที่ผมเห็น ในใบรายชื่อผู้ที่ถูกเรียกสัมภาษณ์
ผมเห็นรายชื่อทั้งหมดประมาณ 13 ชื่อ ซึ่งรวมผู้สมัครทุน ทุก level ไว้ด้วยกัน
ทางสมาคมประกาศให้ทุนทั้งสิ้น 10 ทุน ดังนั้น ก็จะมี 3 คนที่ถูกคัดออก
ซึ่งก็เป็นตัวเลขที่ไม่สูงมากนัก

จริงๆ แล้ว สำหรับผมแค่ได้มีโอกาสเข้ามารับการสัมภาษณ์ก็รู้สึกภูมิใจมากแล้วครับ
ได้เป็นตั้ง 1 ใน 13 คน ที่มีโอกาสได้รับทุนแน่ะ ประสบการณ์แปลกๆ แบบนี้ หายากครับ

ประชาสัมพันธ์ ทุนสอบ CFA ประจำปี 2009-2010 (สอบเดือน June 2010)

เกือบจะหมดเขตแล้วนะครับ สำหรับทุนสำหรับสอบ CFA ประจำปี 2009-2010
หลายๆ ท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าทาง สมาคม ซีเอฟเอ ไทยแลนด์ มีการให้ทุนสำหรับสอบ CFA ทุกๆ ปี
ดังนั้นก่อนที่จะเสียดาย ที่มารู้ทีหลัง ผมขออนุญาตเอารายละเอียดเกี่ยวกับทุนนี้มาช่วยประชาสัมพันธ์นะครับ
.


รายละเอียดเกี่ยวกับทุน

ในปีนี้ทาง สมาคม ซีเอฟเอ ไทยแลนด์ สามารถที่จะให้ทุนได้มากที่สุด 10 ทุน
โดยเป็นทุนการศึกษาที่ใช้สำหรับการสมัครสอบ CFA ในระดับใดก็ได้
โดยที่ผู้ที่ได้ทุนจะได้รับการยกเว้นค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการสอบ จะเสียก็เฉพาะค่า Curriculum
หรือหนังสือที่ใช้อ่านประกอบการสอบ มูลค่าประมาณ $225 เท่านั้น (ประมาณ 7500 บาท)
.

ใครบ้างที่ขอทุนนี้ได้

รายละเอียดจริงๆ ขอให้อ้างอิงจากประกาศที่ผมจะมีลิ้งค์ให้ที่ท้ายโพสนะครับ
แต่คร่าวๆ คือ ผู้มีสิทธิ์ขอทุนจะต้อง:

  • จบการศึกษาระดับปริญญาตรี และ ปัจจุบันกำลังอยู่อาศัยในประเทศไทย หรือ
  • กำลังศึกษาระดับมหาวิทยาลัย อยู่ในประเทศไทย และคาดว่าจะจบการศึกษาก่อน 31 ธันวาคม 2010

จากเกณฑ์ดังกล่าว จะเห็นว่าชาวต่างชาติ ก็น่าจะสามารถมีสิทธิ์ได้รับทุนนี้เช่นกันนะครับ
.

กำหนดการเกี่ยวกับทุน

การขอทุนนี้จะมีขั้นตอนคร่าวๆ 3 ขั้นตอนนะครับ แบ่งเป็น

  1. จะต้องทำการ ขอ Application Form โดยทำตามขั้นตอนที่ สมาคม ซีเอฟเอ ไทยแลนด์
    ….ประกาศไว้ (ผมทำลิ้งค์ให้ข้างล่างนะครับ) ภายในวันที่ 15 ธันวาคม 2009
    ….หลังจากส่งคำขอไปแล้ว ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ จะมี Application Form ส่งมาให้ทางอีเมล์ครับ
    .
  2. เมื่อได้รับ Application Form แล้ว ให้ทำการ กรอกรายละเอียดต่างๆ
    ….และจัดเตรียมเอกสารตามที่กำหนดให้ครบ และจัดส่งให้ สมาคม ซีเอฟเอ ไทยแลนด์
    ….ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2009
    .
  3. ผู้ที่มีความเหมาะสมจะต้องเข้า สอบสัมภาษณ์ เพื่อคัดเลือกผู้ที่จะได้รับทุนสอบ ในขั้นสุดท้ายครับ

.
ซึ่งผมคิดว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆ นะครับ ที่ทางสมาคมฯ เปิดโอกาสดีๆ แบบนี้
ให้กับผู้ที่สนใจสอบ CFA เพราะอย่างที่หลายๆ ท่านทราบดีครับ ว่าค่าสอบ CFA นั้นแพงมากๆ
(ถ้าสมัครเร็วก็ประมาณ 36000-38000 บาท ถ้าสมัครช้าก็ร่วม 5 หมื่นบาท)

ผมเลยอยากจะขอถือโอกาสนี้เชิญชวนนะครับ ผู้ที่สนใจ ลองสมัครดูครับ ไม่เสียหาย
ถ้าไม่ได้เราก็ไม่ได้เสียอะไร แต่ถ้าได้ขึ้นมา ก็ถือว่าเป็นอะไรที่คุ้มค่ามากเลยนะครับ
ผมเองก็จะยื่นสมัครทุนนี้เช่นกัน (ไม่รู้ว่าจะขอทุนไว้สอบ Level 2 หรือจะไว้สอบ Level 1 ใหม่
เพราะผลยังไม่ออกเลยครับ อิอิ)

สำหรับลิ้งค์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขอทุน ก็ตามนี้เลยครับ

ขอให้ได้รับทุนกันถ้วนหน้าครับ ^_^

ปล. มีของแถมครับ ใครสนใจความเคลื่อนไหวของ CFA ในประเทศไทย ผมอยากให้อ่านบทความ
ที่ลงใน Money & Wealth ฉบับเดือน พฤศจิกายน 2009 เรื่อง ภารกิจสานต่อการเติบโตของสมาคม ซีเอฟเอ ไทยแลนด์ ครับ

%d bloggers like this: