สอบผ่าน CFA Level 2 มุ่งสู่ CFA Level 3

หลังจากรอคอยมาร่วม 2 เดือน ในที่สุดเมื่อวันที่ 26 ก.ค. 53 ที่ผ่านมา
ผลการสอบ CFA Level 2 ของผมก็ประกาศออกมาแล้วครับ

การประกาศผลสอบในครั้งนี้มีความแตกต่างไปจากครั้งก่อน
จากเดิมผู้สมัครต้อง Login เข้าไปในระบบของ CFA Institute เพื่อดูผลสอบ
แต่ครั้งนี้ ผลสอบจะถูกจัดส่งให้ทางอีเมล์ของผู้สมัครเลยครับ หลังจากนั้นถ้าอยากดูในเว็บค่อย login เข้าไปดูได้อีกที
วิธีนี้ผมคิดว่าดีมากๆ ตรงที่ มันแก้ปัญหาเว็บล่มเพราะคนแห่กันเข้าไปลุ้นผลสอบได้อย่างชงัดนัก
(มันจะไม่ล่มได้ยังไงครับ เพราะคนรอลุ้นผลสอบกันร่วมแสน)

แต่มันก็สร้างปัญหาใหม่เล็กๆ ขึ้นได้เหมือนกันเมื่อเพื่อนของเราได้เมล์ผลสอบแล้ว แต่เรายังไม่ได้!!
เป็นแบบนี้ ไม่รู้จะทำยังไงล่ะครับ ได้แต่นั่ง refresh inbox ไปเรื่อยๆ… แล้วในที่สุดมันก็มาครับ
หัวเรื่องของเมล์เขียนว่า “June 2010 CFA Exam Result‏” และยังไม่ทันที่ผมจะเอามือปิดเพื่อจะค่อยๆ ลุ้น
มันก็ดันเห็นคำว่า “Pass” ซะก่อน…… จำได้ว่าร้อง Yes! อยู่คนเดียวเสียงดังมาก
มันเป็นอะไรที่ดีใจมากๆ เลยครับ เพราะถ้าใครสอบก็จะรู้ว่า การจะผ่านได้ เราต้องทุ่มเทมากแค่ไหน
โดยเฉพาะ Level 2 เป็นอะไรที่ผมคิดว่า ยากกว่า Level 1 มากกกกกก
พอเราทำได้สำเร็จ มันก็อดจะดีใจแบบออกนอกหน้าไม่ได้

พอมาลองดูผลสอบแบบละเอียดๆ ก็จะพบว่าผลสอบในครั้งนี้นั้น ผมไม่ถึงกับได้ 70% ขึ้นไปในทุกหัวข้อ
แต่มีบางหัวข้อที่ได้คะแนนน้อย และน้อยมากบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ผิดกับที่ผมประเมินตัวเองไว้ก่อนหน้า

คือหัวข้อที่ออกจากห้องสอบแล้วคิดว่าทำไม่ได้ ก็กลับได้คะแนนเกิน 70% ในขณะที่หัวข้อที่ผมคิดว่า
ทำได้สบายๆ กลับได้คะแนนมาน้อย ซึ่งยังไงซะ ผมคงต้องเก็บข้อมูลเหล่านี้มาเป็นบทเรียน
เอาไว้แก้ไขในครั้งต่อๆ ไป เพราะหัวข้อที่ผมคิดว่าผมรู้ ผมอาจจะกำลังรู้แบบผิดๆ อยู่ก็ได้

พอมาดูอัตราการสอบผ่าน (Pass Rate) ในภาพรวม ก็พบว่าการสอบรอบนี้ (June 2010)
อัตราการสอบผ่านลดลงกว่ารอบ June 2009 อยู่พอสมควรเลยครับ
รอบนี้ Pass Rate ของ Level 2 อยู่ที่ 39% ในขณะที่ปีก่อนหน้าอยู่ที่ 41%
ซึ่งนับว่าผมโชคดีมากๆ ที่สอบผ่านมาได้ ^_^
.

มุ่งสู่ CFA Level 3

หลังจากรู้ผลสอบ ผมใช้เวลาประมาณ 2 วันในการตัดสินใจสมัครสอบใน Level 3 ต่อทันที
เพราะยิ่งลองคิดดูแล้ว ยิ่งสมัครเร็วยิ่งได้เปรียบ เพราะในการสอบนั้นทาง CFA Institute แนะนำว่า
เราควรจะต้องมีเวลาศึกษา Curriculum ทั้ง 6 เล่ม อย่างน้อย 250 ชั่วโมง
ดังนั้นการสมัครเร็ว ก็หมายความว่า เราจะได้รับ Curriculum เร็วขึ้น ดังนั้นเวลาโดยเฉลี่ยต่อวัน
ที่เราต้องแบ่งมาอ่านหนังสือมันก็ควรจะลดลง น่าจะทำให้เรารักษาสมดุลของชีวิตได้มากขึ้นกว่าการต้องมาอัดอ่านในเวลาสั้นๆ

การสมัครสอบในครั้งนี้มีสิ่งแปลกใหม่อีกแล้วครับ เพราะครั้งนี้นั้นผู้สมัครมีทางเลือกในการรับ Curriculum
คือเราสามารถเลือกจะรับเป็นแบบหนังสือส่งมาให้เราถึงบ้านเหมือนครั้งก่อนๆ
หรือจะเลือกรับเป็น E-Book ที่สามารถอ่านได้บนคอมพิวเตอร์ หรือจะเลือกทั้งสองแบบก็ได้
ซึ่งหลังจากที่ผมชั่งใจอยู่พักหนึ่ง ก็ตัดสินใจเลือกแบบเอาทั้งคู่ เพราะอยากจะรู้เหมือนกันครับ
ว่าเจ้า E-Book Version เนี่ย มันจะหน้าตาเป็นยังไง งานนี้ต้องจ่ายแพงขึ้นประมาณ 30 เหรียญแน่ะครับ

จากตารางข้างบน ผมเลือกสมัครสอบใน Package E-Book and Print ที่ไฮไลท์ที่น้ำเงินเอาไว้
ซึ่งถ้าใครเลือกรับเป็น E-Book อย่างเดียวจะประหยัดค่าสมัครสอบได้ 60 เหรียญ
แต่ผมว่า ไม่คุ้มน่ะครับ ยังไงซะ ผมเชื่อว่า การอ่านหนังสือเป็นเล่มๆ มันก็มีประสิทธิภาพมากกว่าอยู่ดี
.

เผยโฉม CFA Level 3 – 2011 Curriculum

นับจากวันสมัครสอบมาประมาณ 5 วัน ในที่สุดวันนี้ผมก็ได้รับ CFA Level 3 Curriculum เวอร์ชั่นของปี 2011 แล้วครับ
Curriculum เวอร์ชั่นของปี 2011 นี้มีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ครับ เพราะเป็นครั้งแรก ที่ผมเห็นรูปของ “คน”
ปรากฏอยู่บนหน้าปกของหนังสือนับตั้งแต่ที่เริ่มสอบเมื่อปี 2009 เมื่อก่อนมีแต่เป็นรูปกราฟฟิค หรือไม่ก็รูปธรรมชาติไปเลย
ทำให้มีความรู้สึกว่า “ชั้นกำลังทำในสิ่งที่ คน คนอื่นๆ เค้าก็ทำกันเหมือนกันนะ ไม่ได้บ้าอยู่คนเดียว” :P
ทั้งนี้ผมขออนุญาตแนะนำ CFA Level 3 – 2011 Curriculum ผ่านทางวิดีโอด้านล่างนี้นะครับ

ส่วน Curriculum เวอร์ชั่น E-Book นั้น หลังจากเราสมัครและชำระเงินเสร็จไม่นาน
เราก็จะได้รับลิ้งค์ให้เข้าไปดาวโหลดโปรแกรมสำหรับจัดการ E-Book มาไว้ที่เครื่องได้ครับ
ซึ่งพอเราเปิดโปรแกรมนั้น E-Book ก็จะค่อยๆ ทยอยถูกดาวโหลดมาเก็บไว้ที่เครื่องของเรา
ซึ่งไฟล์รวมค่อนข้างใหญ่มากๆ ครับ (ประมาณ 1GB ขึ้นไป)
แต่ในส่วนนี้ ผมขออนุญาตเล่าถึงเจ้า E-Book Curriculum ในโพสถัดๆ ไปนะครับ

ผลสอบ CFA เดือน Dec 2009 ประกาศแล้วครับ ลุ้นสุดๆ จนเว็บล่มเลยทีเดียว

และแล้วก็มาถึงวันที่รอคอยครับ เมื่อวานนี้ (27 ม.ค. 53)
เป็นวันที่ผลสอบ CFA Level 1 รอบที่จัดสอบไปเมื่อเดือน ธันวาคมปี 52 ถูกประกาศออกมา
แม้ว่าทาง CFA Institute จะระบุไว้ว่า ผลสอบนั้นจะไม่ถูกประกาศก่อน 9.00AM Eastern Time
(ซึ่งก็คือประมาณ สามทุ่ม ของวันที่ 27 ตามเวลาบ้านเรา)
แต่ผมเองก็เข้าเว็บลุ้นผล ตั้งแต่เช้าของวันที่ 27 เลย แล้วก็คอยลุ้นเป็นระยะตอนกลางวัน
แต่เวลาที่ทางฝรั่งเค้ากำหนด เค้าเป๊ะๆ จริงครับๆ คือถ้าไม่ถึงเวลาที่กำหนดไว้
เค้าก็จะไม่ประกาศออกมา ไม่ค่อยเหมือนกับบ้านเรา ที่ถ้าทำเสร็จ ก็อาจจะประกาศก่อน
ให้คนที่เข้ามาลุ้นกลุ่มแรกๆ ดีใจเล่น ซึ่งส่วนตัวแล้ว ผมชอบแบบบ้านเรานะครับ
มีสีสัน และได้ลุ้นดี

ผมหาอะไรทำฆ่าเวลาเล่น เพื่อรอให้ถึงเวลาที่เค้ากำหนด รู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้าเหลือเกิน
แต่พอถึงเวลา ปรากฏว่า เข้าเว็บไม่ได้เลยครับ สงสัยว่าคนจะเข้าไปลุ้นผลมากในเวลาเดียวกัน
จนเว็บ CFA ล่มไปเลย ลองคิดดูก็แล้วกันครับ การสอบรอบ Dec 09 มีผู้เข้าสอบประมาณ 44,000 คน
และผมเชื่อว่าเกือบทุกคน ก็รอคอยที่จะลุ้นผลสอบครั้งนี้ ก็ไม่แปลกที่เว็บจะล่ม

ผมรอจนเกือบจะเที่ยงคืน ถึงสามารถเข้าเว็บได้ แต่ก่อนที่จะ login เข้าไป
ก็เริ่มเห็นสถิติที่ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ ว่าตัวเองจะผ่านการสอบครั้งนี้รึเปล่า
นั่นก็คือ หน้าเว็บของ CFA จะโชว์ Pass Rate ว่า คนที่สอบในรอบนี้นัด ผ่านกันทั้งหมดกี่เปอร์เซ็นต์
ซึ่ง Pass Rate ของการสอบรอบ Dec 2009 นั้นเท่ากับ 34% ซึ่งถือว่าเป็นอัตราการสอบผ่าน
ที่ต่ำพอสมควรเมื่อเทียบกับสถิติในอดีต (ลองดูสถิติ Pass Rate ของปีต่างๆ ได้ ที่นี่ ครับ)

ผลสอบของผม

แต่พอ login เข้าไปได้ ก็ต้องโล่งใจ + ดีใจสุดๆ แบบว่า เป็นความรู้สึกที่บรรยายได้ยากนะครับ
ที่ได้รู้ว่าตัวเองผ่านการสอบ CFA Level 1 มาได้ด้วยดี
รู้สึกภูมิใจในตัวเองขึ้นมาทันที
ที่ในช่วงก่อนสอบ และวันสอบนั้น เราได้เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี และก็ได้รับรางวัลตอบแทน
ด้วยความสำเร็จในวันนี้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญ ต่อการก้าวหน้าในอาชีพในอนาคต
ในฐานะมืออาชีพด้านการเงินการลงทุน

เมื่อ login เข้าไปในหน้าประกาศผล เราจะเจอหน้าจอลักษณะแบบนี้ครับ

CFA Result Screen Shot.
โดย ผลสอบจะบอกว่าเรา Pass หรือ Fail และจะไม่มีคะแนนแบบ exact score ให้เราดู
แต่เราสามารถรู้คะแนนได้คร่าวๆ โดยในผลสอบจะระบุว่า ในแต่ละหัวข้อวิชานั้น
เราได้คะแนนอยู่ในช่วงไหน โดยแบ่งเป็น น้อยกว่า 50%, 51%-70% และ สูงกว่า 70%

และเท่าที่ผมทราบคือ หากเราสอบไม่ผ่าน จะมีข้อมูลแสดงด้วยว่า
ที่เราสอบไม่ผ่านนั้น เราอยู่ใน band ไหน โดยหากใครได้ band สูง
เช่น band 10 (ซึ่งเป็น band สูงสุด) ก็หมายความว่า อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น
ก็จะผ่านการสอบ ซึ่งก็เป็นข้อมูลที่ ผู้สอบสามารถเอาไปใช้ประเมินตนเองได้
ว่าหากต้องการสอบอีกครั้ง จะต้องทุ่มเท และพยายามมากขึ้นกว่าเดิมมากเพียงใด
.

ผลการสอบสัมภาษณ์ทุน CFA Scholarship ประจำปี 2009-2010

เรื่องที่ถือเป็นข่าวดีอีกเรื่องสำหรับผม ก็คือจากการที่ผมได้สมัครขอทุนสอบ CFA ใน Level 2 ไป
ตามรายละเอียดใน โพสนี้ ซึ่งตอนนี้ผลการสอบสัมภาษณ์ก็ได้ประกาศออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ
ข่าวดีก็คือ ผมได้รับทุนในการสอบ CFA Level 2 ที่จะสอบในเดือน June 2010 นี้
โดยจะเสียเฉพาะค่าใช้จ่ายค่า curriculum มูลค่า $225 เท่านั้น
ซึ่งผมต้องขอขอบคุณทาง สมาคม ซีเอฟเอ ไทยแลนด์ มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
เมื่อได้รับทุนแล้ว ผมก็จะตั้งใจสอบใน Level 2 ให้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้เงินก้อนนี้เสียเปล่า

ความจริงแล้ว ผลสอบ CFA Level 1 ในครั้งนี้ ผมต้องลุ้นมากกว่าปกติครับ
เพราะว่า ผลของทุนสอบ CFA Level 2 นั้น ประกาศออกมาก่อนหน้า ที่ผลสอบ Level 1 จะออกมา
ซึ่งทาง สมาคม ซีเอฟเอ ไทยแลนด์ ตั้งเงื่อนไขกับผมว่า ผมจะได้รับทุนสอบ Lv 2 ก็ต่อเมื่อ
ผลสอบใน Level 1 ต้องผ่านก่อน นี่จึงเป็นเหตุผล ที่ทำให้ผมลุ้นมากกว่าปกติ
.

แผนการในอนาคตเกี่ยวกับการสอบ CFA

เมื่อสอบผ่าน Level 1 และได้ทุนสอบ Level 2 แล้ว ผมก็จะต้องทำการสมัครสอบรอบ June 2010
ภายในเวลาที่กำหนดครับ ผมเองตั้งความหวังไว้ว่า อยากจะสอบผ่านให้ครบทั้ง 3 ระดับ
ในเวลาที่เร็วที่สุด ตามกำลังของตัวเองที่จะทำไหว แต่ก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายครับ

โดยหากผมสอบ Level 2 ในเดือน June 2010 ผ่าน
ผมก็จะสามารถสอบ Level 3 ในเดือน June 2011 ได้อย่างต่อเนื่อง
แต่เท่าที่ทราบมา เนื้อหาที่ใช้สอบนั้น จะยากขึ้นๆ เรื่อยๆ ในแต่ละ level
ต้องกล่าวได้ว่า คนที่สอบผ่านจนถึงระดับ 3 ได้นั้น ไม่มีใครผ่านไปด้วยความฟลุ๊คแน่ๆ ครับ
การใส่ใจ ความมุมานะ ความทุ่มเท ความพยายาม การวางแผนและการจัดการที่ดี
เหล่านี้ เป็นปัจจัยที่สำคัญที่ผมเชื่อว่า CFA Charter Holder ทุกคน ต้องมี

ตอนนี้ผมเองก็มีภาระ คืองานประจำแล้ว การเตรียมตัวคงไม่ง่ายเหมือนอย่างตอนที่สอบ Lv 1
ซึ่งตอนนั้น ผมเป็นคนว่างงานคนนึง หากอ้างตามคำแนะนำของทาง CFA Institute
ที่แนะนำว่า ผู้เข้าสอบ จะต้องมีเวลาเตรียมตัวอย่างน้อย 250 ชั่วโมง
หากนับเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ โดยอ่านวันละ 4 ชั่วโมง ก็จะต้องใช้เวลาทั้งสิ้น
ร่วมๆ 6 เดือน จึงจะเตรียมตัวทัน ซึ่งจะเห็นว่า ถ้าผมอ่านด้วย rate นี้คงไม่ทันแน่ๆ ครับ
ดังนั้น ผมคงต้องจัดสรรเวลาใหม่ โดยอาจจะต้องเพิ่มชั่วโมงการอ่านมากขึ้น
หรือไม่ก็ต้องแบ่งเวลาในวันทำงาน ส่วนนึง มาทุ่มเทให้กับการสอบใน level 2 นี้
.

ฝากถึงผู้ร่วมเส้นทางการสอบ CFA ด้วยกันกับผม

สำหรับผู้ที่สอบผ่าน : ผมขอแสดงความยินดีด้วย จากใจจริงครับ
ขอแสดงความยินดี ที่ผลแห่งความทุ่มเท ความพยายาม นำคุณมาถึงจุดนี้
และอยากขอชวนให้สู้ต่อไปด้วยกัน จนครบทั้ง 3 ระดับ
จะได้ออกไปทำประโยชน์ให้ตัวเอง ให้อุตสาหกรรมฯ ให้ประเทศชาติต่อไป

สำหรับผู้ที่สอบไม่ผ่าน : ก็ขอให้ลองคิดใคร่ครวญดูนะครับ ว่าเราพลาดอะไรไป
ความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติ ที่มาคู่กับความสำเร็จ เพียงแต่ครั้งนี้
เราอาจจะได้เจอความผิดหวังก่อน ซึ่งความผิดหวังนี่แหละ ถ้าเรารู้จักใช้ประโยชน์จากมัน
เราก็อาจจะสามารถพลิกตัวเอง ไปสู่อีกเส้นทางนึงที่ดีขึ้นได้เลย

ผมขอยกคำพูดของคุณ ฐิตินาถ ณ พัทลุง ผู้เขียนหนังสือ เข็มทิศชีวิต ทั้ง 3 เล่ม มาเล่าให้ฟังนะครับ
ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะร้ายหรือดี ล้วนเกิดขึ้นเพื่อส่งชีวิตเราไปอยู่ในจุดที่ดีที่สุดเสมอ
ถ้าเราคิดได้ว่าความผิดพลาดที่เราเจอ คือจุดที่ดีสุด ที่จะเรียนรู้ที่จะยอมรับมัน
และแก้ไขข้อผิดพลาดนั้น ในครั้งต่อๆ ไป เราก็จะไม่ต้องมาเจอกับข้อผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีกครับ

สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนจะสอบ : ก็ขอให้ตั้งใจให้ดีกับการสอบครับ
ต้องบอกก่อนว่า การสอบ CFA คงไม่ใช่เรื่องที่ว่า เราจะมาสอบกันเล่นๆ
หรือคิดว่าลองดู ได้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่เป็นเรื่องที่ควรจริงจังและเห็นว่าเป็นสิ่งสำคัญ
เมื่อตัดสินใจจะสอบแล้ว ก็ควรจะตั้งใจ ทุ่มเท มุมานะ ที่จะสอบให้ผ่านให้ได้
เมื่อเลือกที่จะสอบ ก็แสดงว่า คุณมีความตั้งใจพอสมควร ที่จะใช้ชีวิตในวิชาชีพนี้
ก็ขอให้มองไกลๆ นะครับ มองให้เห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เมื่อเราสอบผ่าน
อย่างน้อย ผมกล้าบอกได้ว่า การสอบผ่าน CFA ไม่ว่าระดับใด ก็ทำให้เราได้เปรียบขึ้น
เมื่อต้องไปสมัครงาน ในสายงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากเรื่องที่จะได้เปรียบคนอื่นๆ แล้ว
เราเองก็จะได้เพิ่มพูนองค์ความรู้อย่างเพียงพอ ต่อการไปปฏิบัติงานในสายงานด้วย

เร็วๆ นี้ผมวางแผนไว้ว่า จะเขียนแนวทาง หรือจะเรียกว่าเป็น
กลยุทธ์ในการเตรียมตัวสอบ CFA ซึ่งเป็นวิธีการที่ผมใช้จริงๆ ในการสอบ CFA Level 1 จนผ่าน
ซึ่งผมคิดว่า น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังเตรียมตัวสอบ ไม่มากก็น้อย
ยังไงก็สามารถติดตามความคืบหน้าได้เรื่อยๆ ในบล๊อคแห่งนี้นะครับ
สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ… ^_^

คะแนนสอบ TOEFL รอบ 2 ออกแล้วครับ

.
สวัสดีครับ
คะแนนสอบ TOEFL รอบที่ 2 ที่ผมสอบไว้เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 52 ออกแล้วครับ
คะแนนออกมาผิดจากที่คาดอีกแล้ว ไม่ใช่ว่าได้น้อยไปนะครับ
แต่ว่ามันไม่ตรงกับที่ประเมินตัวเองไว้เฉยๆ

รอบนี้ผมได้คะแนนรวม TOEFL iBT Score = 108
แบ่งเป็น Reading 29, Listening 29, Speaking 23, Writing 27
สูงกว่าครั้งก่อน 4 คะแนน โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากคะแนน Speaking ล้วนๆ
นอกนั้นผมได้คะแนนเท่าเดิมหมดเลยครับ (ครั้งก่อน Speaking ได้ 19)

พอคะแนนออกแล้วก็รู้สึกดีใจครับ ว่าอย่างน้อยเราก็พัฒนาตัวเองขึ้น
แม้ว่าการตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตที่ผมเพิ่งจะตัดสินใจไป
จะทำให้ผมยังไม่ได้ใช้คะแนน TOEFL และ GMAT ที่อุตส่าห์พยายามสอบ
แต่อย่างน้อย เรามีคะแนนดีๆ ติดตัวไว้ มันก็น่าจะช่วยเพิ่มโอกาสในด้านอื่นๆ
ให้เราได้เหมือนกัน

ตอนนี้ผมอยู่ที่ต่างจังหวัด (จ.มหาสารคาม) ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผม
อย่างที่ได้บอกไปครับ ผมกลับมาช่วยวางระบบคอมพ์ให้กับธุรกิจของที่บ้าน
นอกจากนั้น ก็ต้องเตรียมตัวเรื่องสมัครเป็นอาจารย์ที่ มก. ศรีราชา ซึ่งจะหมดเขตวันที่ 20 พ.ย.
และยังต้องเตรียมสอบ CFA ไปด้วย (ยังอ่านไม่ค่อยจะทันเลยครับ งานอื่นเยอะมาก)
ช่วงนี้คงจะไม่ค่อยได้ update บล๊อคไปพักนึงเลยครับ

%d bloggers like this: