.
ตามที่สัญญาไว้ในโพสนี้นะครับ วันนี้ผมจะมาพูดถึงสถานที่สอบ TOEFL iBT ที่ผมสอบไปครั้งล่าสุด
สำหรับการสอบในครั้งล่าสุดนี้ ผมเลือกสอบที่ศูนย์สอบชื่อว่า KBU Testing Center
หรือศูนย์สอบของ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต วิทยาเขตร่มเกล้า
แต่ก่อนอื่น ผมขออธิบายสำหรับท่านที่ยังไม่ทราบเกี่ยวกับเรื่องสถานที่สอบ TOEFL iBT นะครับ
นับตั้งแต่ที่มีการเปลี่ยนแปลงการสอบ TOEFL จากแบบ Paper-based (PBT คะแนนเต็ม 677)
และ Computer-based (CBT คะแนนเต็ม 300) มาเป็นแบบ
Internet-based (iBT คะแนนเต็ม 120 ยกเลิกข้อสอบ Structure และเพิ่มข้อสอบ Speaking)
ส่งผลให้เกิดศูนย์สอบ TOEFL ใหม่ๆ ขึ้นมากมาย เพราะการสอบแบบ iBT นั้น
ศูนย์สอบไม่จำเป็นต้องมีการเก็บข้อสอบไว้ในเครื่องอีกต่อไป แต่ข้อสอบทั้งหมด
รวมทั้งคำตอบทั้งหมด ที่ผู้สอบทำ จะถูกส่งผ่าน internet แบบสดๆ ณ เวลาสอบเลย
ทำให้ทาง ETS สามารถที่จะ authorize ศูนย์สอบได้มากขึ้น
จากการที่ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องข้อสอบรั่วไหล หรือการทุจริตต่างๆ
ที่อาจเกิดได้ หากมีการเปิดศูนย์สอบหลายๆ แห่ง แล้วต้องเก็บข้อสอบไว้ ณ ศูนย์สอบ
(ข้อดีอีกอย่างของข้อสอบ iBT คือ มีการจัดสอบถี่ขึ้น ซึ่งเป็นผลจากความยืดหยุ่นเรื่องศูนย์สอบด้วย)
ในประเทศไทยเอง เท่าที่ผมทราบโดยประมาณ
เรามีศูนย์สอบ TOEFL iBT ที่ได้รับอนุญาตมากกว่า 10 แห่งขึ้นไป
(เฉพาะในกรุงเทพ ผมนับได้ประมาณ 13 แห่ง ยังไม่รวมต่างจังหวัด)
ศูนย์สอบที่ฮิตๆ ก็เช่น ศูนย์สอบ ณ อาคาร มณียาเซ็นเตอร์ เป็นต้น
นอกจากนั้นยังมีศูนย์สอบ แถวถนน รัชดาภิเษก (ชื่อ Kinetic อะไรซักอย่าง)
ศูนย์สอบแถว ลาดพร้าว 101/1 (ชื่อ CyberSchool of English)
พอมีศูนย์สอบเปิดขึ้นมากๆ จึงมีประเด็นปัญหาเกิดขึ้นครับ
เพราะหลายๆ ท่านที่ได้ลองสอบหลายๆ แห่ง น่าจะมีข้อสรุปตรงกันกับผมอย่างหนึ่งว่า
มาตรฐานของศูนย์สอบแต่ละแห่ง ไม่เท่ากัน ในหลายๆ ด้าน
ประเด็นตรงนี้คือ แล้วเราควรจะเลือกสอบที่ไหนดี
ในการสอบครั้งแรก (เดือน ก.พ. 2009) ผมเลือกสอบ ณ ศูนย์สอบใกล้บ้าน
คือศูนย์สอบ CyberSchool of English ลาดพร้าว 101/1
ด้วยความเชื่ออย่างแรงกล้า ว่าศูนย์สอบแต่ละแห่ง น่าจะมีมาตรฐานที่ดีพอๆ กัน
การไปสอบวันนั้น ก็มีอะไรขลุกขลักบ้าง แต่เนื่องจากผมไม่มีตัวเปรียบเทียบ
ผมก็คิดว่า โอเค บรรยากาศยังไง เราก็สอบได้ คนอื่นเค้าก็คงเจอคล้ายๆ กัน
ที่สำคัญคือ มันใกล้บ้าน อย่างน้อยก็ดี เราไม่ต้องตื่นเช้ามาก เดินทางสบายๆ
แต่ล่าสุดในการสอบครั้งที่สองของผม (เดือน ต.ค. 2009)
ผมได้มีโอกาสสอบอีกครั้ง และเลือกศูนย์สอบ KBU Testing Center จึงทำให้ได้รู้ว่า
การเลือกศูนย์สอบ สำคัญมาก จนอาจมีผลกับคะแนนได้เลยทีเดียว
และนั่นเป็นที่มาของการเขียน Review ในครั้งนี้ครับ
ผมจะขอเริ่ม Review ศูนย์สอบ KBU Testing Center ณ ตรงนี้เลยนะครับ
.
รายละเอียดของศูนย์สอบ
ศูนย์สอบ KBU Testing Center เป็นศูนย์สอบที่ตั้งอยู่ใน ม.เกษมบัณฑิต วิทยาเขตร่มเกล้า
(คนละแห่งกับที่ พัฒนาการ นะครับ อย่าสับสนเด็ดขาด เดี๋ยวไปผิดที่ครับ)
รายละเอียดและที่อยู่ของศูนย์สอบตามที่ระบุในเว็บ ETS ก็ตามนี้ครับ

หากเราลงทะเบียนสอบในเว็บ ETS จะพบว่า เราสามารถเลือกได้สองศูนย์สอบย่อย
คือห้อง A กับห้อง B ซึ่งก็ตั้งอยู่ข้างๆ กันนั่นล่ะครับ เราสมัครไว้ห้องไหนก็ได้ ไม่ต่างกันครับ
แผนที่การเดินทางไปยังศูนย์สอบ สามารถดูได้ใน Google Maps ตามลิ้งค์นี่ครับ คลิ๊ก
.
การเดินทาง
เนื่องจากศูนย์สอบอยู่ไกลนะครับ ผมได้มีโอกาสไป survey ก่อนวันสอบหนึ่งวัน
สำหรับเส้นทางปกติที่ทุกท่านถ้าอยู่ในกรุงเทพฯ น่าจะใช้กันก็คือ
ใช้เส้นทางรามคำแหง วิ่งมาเรื่อยๆ จนถึงแถวร่มเกล้า
เส้นทางหลังจากผ่านแถวรามคำแหง ผ่านโซนแยกลำสาลี มาทางนอกเมือง
การจราจรคล่องตัวครับ ขาออกแทบไม่ติดเลย (ติดเฉพาะไฟแดง)
โดยเฉพาะเราสอบ เสาร์-อาทิตย์ การจราจรก็โอเคครับ
แต่เราต้องมารายงานตัว 8.30 ดังนั้น ถ้าเผื่อเวลาได้ ก็เผื่อไว้เถอะครับ
.
สถานที่จอดรถ
หลังจากท่านขับรถเข้ามายัง ม.เกษมบัณฑิต ร่มเกล้า
สถานที่สอบ จะอยู่ที่อาคาร 2 ชั้น 6 ซึ่งมีที่จอดรถมากมายให้ท่านเลือกครับ
ท่านจะเลือกจอดที่จอดรถตรงริมถนน ติดกับอาคารก็ได้
หรือจะจอด ณ ที่จอดรถบนตัวอาคารก็ได้ สรุปคือ ที่จอดรถมีเยอะมากครับ
ขอเล่าเรื่องประทับใจนิดนึง คือพอผมจอดรถเสร็จ
ก็เจอเจ้าหน้าที่ท่านนึง เดินออกมาจากตึก ผมเลยเข้าไปถามว่า นี่ใช่ อาคาร 2 มั๊ย?
เค้าตอบว่า “ใช่ครับ มาสอบ TOEFL ใช่มั๊ยครับ
เชิญเข้าไปในอาคารแล้วขึ้นลิฟท์ด้านซ้ายมือ ไปที่ชั้น 6 ได้เลยครับ“
อาจจะเป็นคำตอบธรรมดาๆ นะครับ แต่ผมประทับใจ เพราะเค้าให้มากกว่าที่ผมขอซะอีก
มันเป็นสัญลักษณ์นึงที่ผมถือว่า เป็นความพร้อมในการให้บริการ
.
สัมผัสแรกกับศูนย์สอบ
พอผมขึ้นลิฟท์ไปชั้น 6 ตอนเวลา 8.30 พอดีเป๊ะ
ก็พบว่า มีคนมารอเข้าสอบเยอะแล้ว แล้วก็กำลังมีการเข้าแถวเพื่อลงทะเบียนกันอยู่
ผมก็เลยไปเข้าแถวมั่ง แล้วก็สอดส่ายสายตา สังเกตนั่นนี่ไปเรื่อยๆ ได้ความมาดังนี้ครับ
ศูนย์สอบที่นี่มี 2 ห้อง คือ ห้อง A และ B แต่ละห้องจุคนได้ 16 คน
ดังนั้นการสอบแต่ละครั้ง จะมีผู้สอบทั้งสิ้น 32 คน
ห้องสอบ และสถานที่ลงทะเบียนนั้น เป็นสถานที่ที่จัดไว้อย่างถาวร
ไม่ใช่จัดแบบชั่วคราว เพื่อสอบเป็นครั้งๆ
มีการติดป้ายสัญลักษณ์การเป็น Authorized Test Center ของ ETS ไว้ชัดเจน
บรรยากาศบริเวณที่รอเข้าสอบ ค่อนข้างเงียบสงบ มีที่นั่งมากมายครับ
จะเลือกนั่ง โซฟาก็ได้ หรือจะปลีกวิเวกไปนั่งแถวหน้าห้องสอบก็เงียบไปอีกแบบ
ผู้คน ไม่ค่อยจอแจครับ แม้ว่า ข้างๆ จะเป็นศูนย์คอมพ์ของทาง KBU เอง
ก็ไม่ค่อยมีนักศึกษามาใช้เยอะเท่าไหร่ ในวันที่ผมสอบ
สำหรับสัมภาระ สิ่งของต่างๆ ที่เอามานั้น เราไม่ได้รับอนุญาตให้เอาเข้าห้องสอบนะครับ
แต่ที่นี่ก็มีตู้ locker ให้บริการเป็นอย่างดี โดยเราใช้บัตรอะไรก็ได้
ไปแลกกุญแจมาไขเปิด locker
ที่พิเศษคือ บริเวณ โซฟา ที่จัดไว้ให้นั่งรอ มีบริการอาหารว่าง เป็นขนม
และเครื่องดื่ม ทั้งน้ำเปล่า และน้ำชง (โอวัลติน + กาแฟ)
สำหรับใครที่ต้องการใช้บริการ ก็ใช้บริการได้ฟรี
สอบเสร็จ ผมยังไปนั่งกินเลยครับ เพราะว่าตัวสั่น (ตื่นเต้นยังไม่หาย)
ต้องกินก่อน ไม่งั้นขับรถไม่ไหว ขับกลับไกลครับ
.
ห้องน้ำ
ห้องน้ำเป็นปัจจัยสำคัญ ที่เราไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง ใน 2 ประเด็นครับ
1. ความใกล้-ไกล จากสถานที่สอบ
2. ความสะอาด และความจรรโลงใจ
ที่ KBU Test Center นี่ ห้องน้ำ ค่อนข้างไกลจากห้องสอบนิดนึงครับ
ห้องที่ใกล้ที่สุด ต้องเดินประมาณ 1 นาทีถึงจะถึง ประเด็นตรงนี้คือ
ถ้าเดินไกล เราจะเสียเวลาสอบไปเยอะครับ (กรณีที่เราออกจากห้องสอบแบบฉุกเฉิน)
แต่ผมว่า ระยะแค่นี้ ไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ พอจะวิ่งได้อยู่
ส่วนเรื่องความสะอาด และความจรรโลงใจ ผมคงต้องบอกว่าเยี่ยม
จากการเข้าไปใช้บริการประมาณ 5 ครั้ง (ผมเข้าห้องน้ำบ่อยมากครับ)
เสียดายว่าครั้งหลังๆ โดนผมตัดแต้มนิดนึง เพราะดันมีคนไปสูบบุหรี่ในนั้น
แล้วทิ้งขี้บุหรี่เกลื่อนไว้ใน อ่างล้างหน้า อิอิ
พูดถึงห้องน้ำแล้ว ผมขอนินทา ศูนย์สอบแรกของผม
คือศูนย์ CyberSchool of English ลาดพร้าว 101/1 ซักหน่อยนะครับ
เพราะที่นั่น ห้องน้ำ โทรม + เล็ก + สกปรก มาก และมีเพียงห้องเดียว
ขนาดผมเป็นผู้ชาย ผมยังกล้าแค่ฉี่เท่านั้น การสอบวันนั้น จำได้ว่าผมต้องเก็บกดมากทีเดียว
.
อุปกรณ์ในการสอบ
อุปกรณ์ในการสอบ เป็นสิ่งสำคัญมากๆ และมีผลต่อคะแนนเราอย่างมากครับ
ส่วนนึงคือชุดโสตทัศนูปกรณ์ ที่เราจะต้องใช้งานตลอด
อีกส่วนนึงคืออุปกรณ์ที่ใช้ช่วยในการทำข้อสอบ
ชุดโสตทัศนูปกรณ์ ประกอบด้วย หูฟัง ไมโครโฟน และ คอมพิวเตอร์
สำหรับศูนย์สอบ KBU ผมคิดว่า อุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ ดีมากๆ ครับ
โดยเฉพาะ ผมเคยมีปัญหากับ ไมโครโฟน ที่ศูนย์สอบ CyberSchool มาก่อน
การได้มาสอบที่นี่ แล้วเจอกับอุปกรณ์ดีๆ
ทำให้ผมชักเริ่มสงสัยว่า ครั้งก่อนที่ผมได้ speaking น้อย
อาจเป็นเพราะไมโครโฟนมีปัญหาหรือไม่
ผมขอขยายความตรงนี้นิดนึง เผื่อว่าใครจะไปสอบที่ศูนย์ CyberSchool
เพราะที่นั่น เจ้าหน้าที่จะบอกให้ผู้สอบทุกคน จับไมค์ไปจ่อที่ปากทุกครั้งที่พูด
เพราะไมค์จะไม่ดูดเสียง จะสังเกตได้เลยครับ จากการทดสอบอุปกรณ์
โดยก่อนสอบทาง ETS จะมีหน้าจอทดสอบอุปกรณ์ให้เราทุกครั้ง
โดยให้เราลองพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แล้วโปรแกรมจะแสดงว่า
เสียงเราถูกอัดไว้ได้อย่างเหมาะสมรึเปล่า
ตอนที่สอบที่ศูนย์ CyberSchool นี่ ถ้าไม่จับไมค์มาจ่อปากแล้วพูด
โปรแกรมจะเตือนว่า ให้ทดสอบใหม่ตลอด (เพราะเสียงมันอัดไม่เข้า)
เป็นเหตุให้ตอนสอบ ทุกคนต้องจับไมค์มาจ่อปาก และผมสังหรณ์ว่า
ผมอาจจะลืมจับในบางข้อ (เพราะทั้งต้องฟัง ต้องจดโน๊ต ต้องคิด อาจจะลืมได้)
แต่กรณีของศูนย์ KBU แทบไม่มีปัญหาเรื่องนี้เลยครับ
ผมพูดเบาๆ เสียงก็ยังอัดเข้า สบายๆ ไม่ต้องมาคอยจับไมค์ให้รำคาญ
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมขอพูดถึงคือ การจัดโต๊ะสอบของที่นี่ ดีมากๆ
โต๊ะสอบจะเป็นโต๊ะลักษณะวงกลม กั้นด้วย partition ขนาดใหญ่
โดยจะแบ่งโต๊ะออกเป็น 4 ที่นั่ง (เหมือนกากบาท ครอบวงกลมอยู่)
แต่ละที่นั่งจะมองไม่เห็นกันเลย ที่ว่าดีคือ มันไม่เสียสมาธิน่ะครับ
ศูนย์สอบบางแห่ง จัดสอบแบบให้ทุกคน นั่งเรียงกันหมด เป็นแถวหน้ากระดาน
เวลาสอบเราจะเสียสมาธิง่ายกว่าเยอะครับ เพราะโต๊ะข้างๆ ทำอะไร
ก็จะเผลอไปเหลือบมองทุกที
ขอพูดถึงข้อเสียบ้าง… ข้อเสีย คือ แสงสว่างกับกระดาษทดครับ
กระดาษทดที่ได้ เราจะได้เป็นกระดาษเปล่าขนาด A4 สีฟ้า พร้อมดินสอแหลมๆ 2 แท่ง
สิ่งที่ทำร้ายผมที่สุดคือ หลอดไฟที่อยู่เหนือหัวผม พอมันสะท้อนกับกระดาษสีฟ้าแล้ว
ผมมองไม่เห็นอะไรบนกระดาษเลยครับ มันแสบตามาก
ต้องนั่งเอียงๆ หามุมที่ แสงไม่ตกลงบนกระดาษทดโดยตรง ถึงจะทำข้อสอบได้ตามปกติ
.
การบริการของเจ้าหน้าที่
ผมไม่ค่อยได้ใช้บริการจากเจ้าหน้าที่นัก แต่ก็ได้สังเกตเห็นอะไรหลายๆ อย่าง
ที่อยากเอามาเล่าให้ฟังครับ เรื่องแรกคือ ผมว่าเจ้าหน้าที่ของที่นี่ ไม่ค่อยอธิบายอะไรเท่าไหร่
อาจจะเป็นเพราะเค้าทำงานกันแบบเป็นมืออาชีพ ซึ่งเค้าคงคาดหวัง ว่าผู้เข้าสอบ
ควรจะศึกษาข้อมูลต่างๆ มาบ้างแล้ว แต่กลับกัน ในขณะที่ศูนย์สอบ CyberSchool
ที่ผมเคยสอบ กลับดูเป็นกันเองกว่า มีการอธิบายถึง ขั้นตอนต่างๆ ข้อควรระวังต่างๆ ค่อนข้างเยอะ
ส่วนตัวแล้ว ผมชอบให้มีการพูดคุยกันบ้าง เพราะมันก็ช่วยเป็นการเตือนอะไรเราหลายๆ อย่าง
เช่น การอธิบายเรื่อง break, เรื่องการขอเข้าห้องน้ำระหว่างสอบ , เรื่องการส่งคะแนน เป็นต้น
ที่เขียนไป เป็นสิ่งที่ผมรู้สึกในด้านลบหน่อยนะครับ แต่มีด้านดีที่ผมค่อนข้างถูกใจมากก็คือ
เจ้าหน้าที่ของ KBU มีบริการที่ผมคาดไม่ถึงก็คือ เค้ามีการตรวจสอบที่อยู่
ในเอกสารลงทะเบียน ที่เราลงทะเบียนไว้กับทาง ETS ด้วย ว่าเรากรอกที่อยู่ครบถ้วนรึเปล่า
ถ้าใครไม่ครบ เค้าก็จะแจ้งเราให้ทราบครับ เพราะบางทีเรากรอกที่อยู่ไม่ครบ
ก็จะทำให้เราไม่ได้รับผลคะแนนแบบเป็นทางการฉบับ paper
ผมคิดว่า ตรงนี้ เค้าค่อนข้างใส่ใจกับผู้สอบมากทีเดียว
(ไม่ได้เจอกับตัวเองนะครับ ไปแอบฟังปัญหาของชาวบ้านมา อิอิ)
.
=================================================
.
ผมคิดว่า คงจบการ review ไว้เท่านี้นะครับ
คิดว่าได้เขียนอธิบายเท่าที่จำได้แล้วครับ แต่ที่เสียดายคือ ไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู
จริงๆ ก็ไม่กล้าถ่ายด้วย กลัวเค้าจะหาว่าเรามาถ่ายรูปสถานที่สอบ เพื่อจะทุจริตแทน ซะงั้น
ผมคิดว่า ข้อมูลนี้ ก็คงเป็นประโยชน์กับหลายๆ ท่านที่จะสอบ TOEFL iBT บ้างนะครับ
โดยสรุปแล้วสำหรับผม ถ้าจะต้องสอบอีก (หวังว่าจะไม่มีนะครับ)
ผมก็คงจะเลือกสอบที่นี่อีกครั้งอย่างไม่ต้องสงสัยครับ
Like this:
Like Loading...